ในเวลานี้ คนในตระกูลอานที่รอดชีวิตจากคราวเคราะห์มาได้กำลังนั่งเงียบอยู่บนโซฟา รุ่นหลานหลายคนต่างอยู่ในสภาพที่ได้รับความตกใจไม่น้อย และในเวลานี้กำลังหดหู่อย่างมาก
และอารมณ์ของผู้ใหญ่เองก็ตกต่ำอยู่บ้างเช่นกัน
เมื่อคนของเฟ่ยเข่อซินกำลังทำความสะอาดอยู่ด้านนอกประตู น้าชายทั้งสามของเย่เฉินก็ได้วิเคราะห์เรื่องนี้กับคุณท่านใหญ่อยู่ ในช่วงเวลานี้ ทุกคนถึงกับเกิดการโต้เถียงกันอย่างดุเดือด
พวกเขาต้องรู้ว่า เป็นใครกันที่ปล่อยให้มีช่องโหว่ใหญ่ขนาดนี้ออกไป จนเกือบจะทำให้ตระกูลอานทั้งหมดเอาตัวไม่รอด
ตอนแรก อานข่ายเฟิงสงสัยว่าจะเป็นน้าเขยของเย่เฉิน ซึ่งก็คือสามีของอานโยวโยวที่น่าสงสัยมากที่สุด
นั่นเพราะวันนี้ทุกคนล้วนมาในสถานที่จัดการแสดงคืนนี้ เหลือเพียงเขาที่ไม่ได้มา
ท้ายที่สุดแล้วนี่เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับชีวิตและความตายของทั้งตระกูลอาน ดังนั้นอานข่ายเฟิงจึงไม่ได้หลีกเลี่ยงอานโยวโยวไปเมื่อพูดถึงเรื่องนี้
อานจาวหนานและพี่รองของเขาอานข่ายเฟิงนั้นมีนิสัยที่คล้ายคลึงกัน พวกเขาสองคนร่วมมือกันในการทำงานค่อนข้างมาก ดังนั้นเขาเองก็แสดงท่าทีตัดบทสรุปและสนับสนุนการคาดเดาของพี่รองอย่างอานข่ายเฟิง ว่าพี่เขยของเขาคือผู้ที่น่าสงสัยมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้อานโยวโยวกลับไม่เห็นด้วย เธอรู้สึกว่าสามีของเธอไม่น่าจะทำเรื่องพวกนี้ได้
นั่นเพราะ เธอและลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอและสามีก็อยู่ที่นี่ด้วยในวันนี้ ปกติแล้วสามีของเธอรักลูกสาวอย่างยิ่ง ดั่งที่ว่ากันว่าเสือร้ายไม่กินลูกของตน ถ้าเขาต้องการลงมือกับคนตระกูลอานจริงๆ อย่างน้อยๆก็ต้องไม่ยอมให้ลูกสาวตามมาด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น เธอรู้สึกว่าสามีของเธอไม่มีแรงจูงใจเพียงพอที่จะก่ออาชญากรรม
ถ้าสามีของเธอทำเพื่อเงิน แต่ตัวเขาก็ไม่ใช่ทายาทคนแรก คนที่สองหรือแม้กระทั่งคนที่สามของตระกูลอานด้วยซ้ำ
จากความคิดเห็นของทุกคนและตอนนี้ที่พวกเขาทำได้แค่อยู่ในห้องนี้ออกไปไหนไม่ได้ ดังนั้นคุณท่านอานจึงหยุดการคาดเดาและการถกเถียงของทุกคนลง และขอให้พวกเขาไม่โต้เถียงในเรื่องนี้จนกว่าจะพบผลการสอบสวนที่แน่นอน
ดังนั้น ทุกคนจึงตกอยู่ในความเงียบ
ในเวลานี้เอง หยวนจื่อซูได้นำคนสนิทหลายคนมา จากนั้นก็เคาะประตูห้องแล้วผลักประตูเข้ามา
เมื่อเห็นหยวนจื่อซูเข้ามา คนในตระกูลอานก็มองไปที่เขาทันที
เดิมทีพวกเขาคิดว่าเป็นผู้มีพระคุณที่มา แต่ร่างของหยวนจื่อซูภายใต้แสงไฟนั้นไม่ตรงกับร่างของผู้มีพระคุณเมื่อครู่นี้
ในเวลานี้ หยวนจื่อซูมองไปรอบๆ จากนั้นก็ถามว่า "ทุกท่าน เนื่องจากเรื่องในคืนนี้ค่อนข้างร้ายแรง ดังนั้นยังคงต้องขอให้ทุกท่านโปรดรออยู่ที่นี่อย่างอดทน รอให้หลังจากการแสดงจบค่อยไปจากที่นี่ หากพวกคุณมีความต้องการอะไรในตอนนี้ คุณสามารถบอกผมได้ ผมจะพยายามช่วยทุกท่านอย่างเต็มที่"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...