ในเวลานี้อานฉีซานเอ่ยปากขึ้น “คุณ ไม่ทราบว่าผมขอโทรศัพท์ได้ไหม ผมอยากแน่ใจว่าหลานของผมบางคนที่ไม่ได้มาที่นี่ ปลอดภัยด้วยหรือไม่”
หยวนจื่อซูพูดอย่างจริงจังว่า "ขอโทษด้วยครับคุณท่าน ตอนนี้คุณยังไม่สามารถติดต่อกับภายนอกได้"
ขณะพูด เขาก็จ้องไปที่ฝูงชนและกล่าวว่า “เพื่อความปลอดภัยของทุกคน ขอให้ทุกท่านโปรดมอบของใช้ส่วนตัวของท่านออกมาเดี๋ยวนี้ พวกเราจะต้องดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างรอบด้าน รวมถึงตรวจสอบอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ที่นี่ "
อานโฉงชิวถามว่า “ต้องมอบอะไรให้บ้าง?”
"ทุกอย่าง" ในเวลานี้ หยวนจื่อซูไม่อ้อมค้อม และเอ่ยไปตรงๆด้วยใบหน้าที่จริงจัง “ทุกท่าน นับจากนี้ไป เราต้องขอให้ทุกท่านมอบของใช้ส่วนตัวทั้งหมดของท่านออกมา ในขณะเดียวกัน คุณผู้ชายโปรดยืนทางด้านซ้าย และคุณผู้หญิงโปรดอยู่ทางด้านขวา สองมือแผ่ออกและวางไว้ที่หน้าอกของคุณ เราจะจัดให้ผู้มีเพศเดียวกันกับท่านทำการตรวจสอบร่างกาย"
เมื่อได้ยินแบบนั้น คุณท่านใหญ่ก็ขมวดคิ้วและถามว่า “คุณครับ คุณสงสัยว่าพวกเรามีหนอนบ่อนไส้?”
หยวนจื่อซูประสานมือคำนับและพูดอย่างจริงจังว่า “คุณท่านใหญ่ ผมเองก็อยู่ภายใต้คำสั่งเช่นกัน ทุกท่านล้วนต้องให้ความร่วมมือ! หากทำให้ท่านขุ่นเคืองต้องขออภัยด้วย!”
ในเวลานี้ อานข่ายเฟิงก็พูดด้วยความไม่พอใจอยู่บ้างว่า “คุณ คุณอยู่ดีๆมาสงสัยพวกเรา จนถึงขนาดทำการตรวจสอบร่างกาย แบบนี้ออกจะเกินไปหน่อยรึเปล่า? อย่าลืมว่าพวกเราเป็นเหยื่อ! นอกจากนี้ ผมเองก็ไม่เห็นว่าคุณจะเหมือนตำรวจ ใครให้สิทธิ์ค้นตัวกับคุณ?”
นิสัยของอานข่ายเฟิงนั้นค่อนข้างแข็งกร้าวและเอาเรื่อง ในฐานะผู้สืบทอดรุ่นนี้ของตระกูลอาน ท่าทางที่เข้มงวดของหยวนจื่อซู ทำให้ตัวเขารู้สึกไม่ยินยอมขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ
ในเวลานี้หยวนจื่อซูไม่ได้มีท่าทีเปลี่ยนไปแต่อย่างใด เขาพูดอย่างเย็นชา “ขออภัยด้วยครับ คนที่ช่วยชีวิตคุณเมื่อครู่นี้เป็นคนให้ให้สิทธิ์นี้กับผม เขาบอกว่า พวกคุณทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่ต้องให้ความร่วมมืออย่างไม่มีเงื่อนไข และไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม!”
ดังนั้น ทุกคนเองก็ค่อยๆเริ่มหยิบของออกจากกระเป๋าของตน
หยวนจื่อซูทำตามคำแนะนำของเย่เฉิน เขาให้ความสนใจกับการเคลื่อนไหวมือของทุกคนเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่ทำอะไรตุกติกภายใต้จมูกของตนขึ้นมา
ตามการคาดการณ์ของเย่เฉิน หากอุปกรณ์ป้องกันสัญญาณเป็นคนในตระกูลอานคนในคนหนึ่งนำเข้ามา อย่างนั้นเขาก็จะต้องยังไม่มีโอกาสกำจัดอุปกรณ์ไปอย่างแน่นอน และอาจเป็นไปได้ว่ากำลังพกมันเอาไว้กับตัวอย่างเงียบ ๆ และหาโอกาสที่เหมาะสมที่จะทิ้งมันหลังจากออกไปแล้ว
ดังนั้น ขอแต่ค้นหาดูดีๆ ก็จะต้องหาอุปกรณ์ป้องกันสัญญาณเจอได้แน่

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...