พูดไป เธอก็ถามอย่างไม่เข้าใจว่า:“ไอ้โจง พรุ่งนี้พวกเราต้องย้ายไปคฤหาสน์ที่หลิวเจียฮุยให้จริงๆ หรือ?”
เฉินจ้างโจงพยักหน้า พูดอย่างจริงจัง:“ต้องไปสิ นี่เป็นการจัดการของคุณชายเย่ หลิวเจียฮุยก็ทำตามคำสั่งของคุณชายเย่ด้วย พูดตามตรงนะ ที่ที่เราจะย้ายไปพรุ่งนี้ คือคฤหาสน์ที่คุณชายเย่ให้มา”
พูดไป เขาก็มองไปที่แม่ และน้องชายน้องสาว จากนั้นพูดไปว่า:“คฤหาสน์ที่ถนนชือซุนใหญ่มาก จะต้องเพียงพอที่ทุกคนในครอบครัวอยู่ร่วมกันแน่ ดังนั้นคืนนี้ทุกคนเก็บข้าวของของใครของมันไว้นะ พรุ่งนี้เช้าเราจะย้ายไป”
น้องสาวสองคนสบตากัน คนน้องก็ถามว่า:“พี่……พวกเราย้ายไป……จะเหมาะหรือ?”
เฉินจ้างโจงรู้ความคิดของพวกน้องสาว พวกเธอคิดว่าตัวเองเป็นลูกสาวที่ออกเรือนแล้ว ปกติกลับบ้านมาเยี่ยมเยียน ช่วยเหลือเล็กน้อยไม่เป็นไร แต่ย้ายกลับไปบ้านไม่เหมาะสมแน่นอน
และน้องสาวทั้งสองคนของเขา ชีวิตก็ค่อนข้างลำบาก และสภาพความเป็นอยู่ที่บ้านก็ไม่ค่อยดีนัก ที่เกาะฮ่องกางนั้น ถือว่าดีกว่าคนยากจนที่อยู่ล่างสุดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ดังนั้น เฉินจ้างโจงมองน้องสาวทั้งสองคน แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า:“พี่จากไปตั้งหลายปี อยากสนิทกับพวกเธอมากขึ้น ถ้าพวกเธอไม่รังเกียจพี่ ก็ย้ายเข้ามาเถอะ พวกเรามาใช้ชีวิตร่วมกันนะ”
พูดไป เฉินจ้างโจงก็ถอนหายใจเบาๆ พูดอย่างจริงจังว่า:“ยี่สิบปีที่ผ่านมา พี่ในฐานะพี่ชายคนโต ติดค้างพวกเธอไว้มาก บ้านนี้ก็ขอบคุณที่พวกเธอทำงานกันอย่างหนักถึงได้มีวันนี้ได้ ต่อไปพี่จะพยายามแบ่งเบาให้พวกเธอได้มากที่สุด”
น้องสาวสองคนมองหน้ากัน แล้วน้ำตาก็ไหลออกมา
เฉินจ้างโจงเห็นพวกเธอร้องไห้ ก็รีบพูดว่า:“โหยนี่ พวกเธอสองคน วันนี้ร้องไห้ไปกี่รอบแล้วเนี่ย ยังไม่รีบกลับบ้านอีก กลับบ้านแล้วเก็บของให้เรียบร้อย เอาแต่ของที่จำเป็นพา อย่างอื่นไม่ต้องพกมานะ”
นายหญิงใหญ่อารมณ์ดีเป็นพิเศษ ยิ้มแล้วพูดกับลูกสาวสองคนว่า:“เชื่อฟังพี่ชายพวกลูกเถอะ รีบกลับไปซะ!”
พอคิดได้ เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา โทรหาเย่เฉิน
ที่ปลายสาย เย่เฉินกำลังนั่งอยู่บนรถของเฟ่ยเข่อซิน เห็นเป็นเฉินจ้างโจงโทรมา เย่เฉินก็พูดไปอย่างมีมารยาทว่า:“ลุงโจง”
เฉินจ้างโจงพูดอย่างซาบซึ้งว่า:“คุณชายเย่ ทุกอย่างในวันนี้ ขอบคุณคุณจริงๆ นะครับ”
เย่เฉินพูดไปนิ่งๆ:“ลุงโจงเกรงใจไปแล้ว ลุงคือผู้อาวุโส เป็นเพื่อนของพ่อผม สิ่งเหล่านี้ผมควรทำอยู่แล้ว”
เฉินจ้างโจงเงียบสักพัก แล้วพูดอย่างจริงจังว่า:“คุณชายเย่ ถ้าคุณไม่รังเกียจ ต้องแต่นี้ไป ชีวิตของฉินจ้างโจงนี้ เป็นของคุณแล้ว ไม่ว่าคุณจะต้องการอะไร ผมจะทุ่มเทสติปัญญาเเละความสามารถ ตราบจนชีวิตหาไม่!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...