หลิวเจียฮุยกัดฟัน พูดว่า:“ผมคุยกับอาจารย์วีแห่งสำนักเสวียนจีแล้ว วันนี้หลังจากเขาเป็นเจ้าภาพในพิธีขึ้นบ้านใหม่ ก็จะกลับสำนักเสวียนจีเพื่อเตรียมพิธีกรรมให้ผม ผมสงสัยว่าช่วงนี้ผมดวงตกเกิดชงขึ้นมา ถึงได้เรียกตัวซวยอย่างเย่เฉินมา รอเย่เฉินไปแล้ว ผมจะจัดพิธีกรรมอย่างดี เพื่อกำจัดเทพแห่งความซวยนี้!”
กำลังพูดอยู่นั้น จู่ๆ โทรศัพท์ของหลิวเจียฮุยก็ดังขึ้น
เขาก้มหน้ามอง เห็นเป็นเย่เฉินโทรมา เพราะว่าร้อนตัว ก็ตกใจกลัวทันที จากนั้นมองไปรอบๆ จากในรถ ในใจสงสัยว่าเย่เฉินติดเครื่องดักฟังในรถหรือไม่
แต่แป๊บเดียวเขาก็สงบลงอย่างรวดเร็ว รับสาย ถามด้วยความเคารพว่า:“คุณเย่ คุณโทรมาเช้าแบบนี้ มีอะไรจะกำชับไหมครับ?”
เย่เฉินพูดว่า:“ผมเพิ่งเห็นข่าว ดูเหมือนว่าสื่อและนักข่าวจำนวนมากต่างไปทำข่าวที่ถนนชือซุน สื่อและนักข่าวบอกว่ายังไม่เห็นคุณหลิวในงาน?พิธีขึ้นบ้านใหม่วันนี้ คุณไม่ได้เป็นเจ้าภาพหรอกหรือ?”
หลิวเจียฮุยรีบพูด:“คุณเย่วางใจเถอะ ผมเชิญอาจารย์วีแห่งสำนักเสวียนจีมาพิธีขึ้นบ้านใหม่ครั้งนี้แล้ว ถึงตอนนั้นผมจะมาเป็นเจ้าภาพด้วย แค่ตอนนี้ผมกำลังไปซัมชุยโปเพื่อรับไอ้โจงและครอบครัว ดังนั้นต้องรอกลับไปแล้วถึงจะพูดกับสื่อและนักข่าวให้ชัดเจนได้”
เย่เฉินตอบอือ พูดเบาๆ:“ผมโทรมา เพราะจะแนะนำคุณอย่าง”
หลิวเจียฮุยพูดโพล่งไปว่า:“คุณเย่ว่ามาเลย!”
เย่เฉินพูด:“เรื่องราวในอดีตของคุณกับลุงโจง ถึงจะเป็นที่รู้จักกันดีในเกาะฮ่องกาง แต่เรื่องที่ลุงโจงกลับมาถึงเกาะฮ่องกางครั้งนี้แล้ว สื่อกับนักข่าวยังไม่รู้ คุณสามารถใช้โอกาสนี้ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตัวคุณเองต่อหน้าสื่อได้ บอกสื่อและนักข่าวได้ว่า ลุงโจงกลับมาครั้งนี้ เพราะคุณสองคนตัดสินใจที่จะเปลี่ยนจากสงครามการต่อสู้เป็นสันติภาพ และที่คุณซื้อคฤหาสน์นี้มอบให้ลุงโจง ก็หวังว่าเขาและครอบครัวจะมีชีวิตที่ดีขึ้น แบบนี้ ผมเชื่อว่าสื่อของเกาะฮ่องกางจะต้องชื่นชมคุณอย่างแน่นอน”
หลิวเจียฮุยตะลึงเล็กน้อย ทนถามอย่างตื่นเต้นไม่ไหว:“คุณ……คุณเย่ ผม……ผมพูดแบบนี้ได้จริงๆ หรือ?!”
แต่ว่า ถึงฝันเขาก็ได้ยินว่า เย่เฉินริเริ่มเสนอแนะให้ตัวเองแบบนี้ ทันใดนั้นเขาก็ตื่นเต้นจนพูดไม่ออก
เย่เฉินเห็นเขาเหมือนไม่อยากจะเชื่อ จึงพูดไปนิ่งๆ ว่า:“ผมเป็นคนพูดแบบไหนก็แบบนั้น การแสดงออกของคุณครั้งนี้พอใช้ได้ จะใช้วิธีนี้เสริมให้ตัวเองด้วยได้ แบบนี้สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตัวคุณเองได้ด้วย”
หลิวเจียฮุยตื้นตันใจเล็กน้อย เขาคิดไม่ถึงจริงๆ ปีศาจอย่างเย่เฉินนี้ จะคิดเพื่อตัวเองด้วย
ดังนั้น เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ:“คุณเย่ คุณช่วยผมได้จริงๆ……มีคุณพูดแบบนี้ เดี๋ยวผมไปเผชิญหน้ากับสื่อและนักข่าว ในใจก็จะรู้สึกมั่นใจขึ้นมาบ้าง……”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...