เย่เฉินถามอย่างสงสัย “แล้วคุณจะจัดการทั้งสองอย่างที่ไม่เหมือนกันนี้ให้เป็นกลางได้ยังไง ?”
เฟ่ยเข่อซินคิดไปครู่หนึ่ง ก็ตอบอย่างจริงจัง“หากนำทรัพย์สิน80%มาใช้จริงๆ ฉันคิดว่ามันเป็นการไร้ความรับผิดชอบต่อตระกูลเฟ่ย และไร้ความรับผิดชอบต่อตัวฉันเองด้วย แต่ถ้าหากให้ฉันเอาออกมาใช้ 50% ฉันจะไม่ลังเลเลยที่จะทำมัน เพื่อแลกกับการมีชีวิตอยู่ของคุณปู่”
ขณะพูด เฟ่อเข่อซินได้ชี้ไปยังพื้นของเครื่องบินที่หรูหรา แล้วพูดกับเย่เฉินว่า “หากถึงเวลาที่ใกล้ตายแล้วจริงๆ ให้ท่านเอาเครื่องบินส่วนตัวลำนี้ที่มีมูลค่าห้าร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแลกกับการมีชีวิตอยู่รอดแค่หนึ่งวัน ท่านต้องยอมแลกโดยที่ไม่ลังเลอย่างแน่นอน”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เฟ่อเข่อก็ซินก็ถอนหายใจ แล้วมองไปทางเย่เฉินพูดขึ้นอย่างจริงใจ “คุณเย่ ถ้าหากคุณยอมขายยาอายุวัฒนะให้ฉัน ฉันยินดีที่จะให้ทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของตระกูลเฟ่ยแก่คุณ ฉันจะทำตามสัญญาแน่นอน”
เย่เฉินยิ้มอย่างไม่ตกลงและไม่ปฏิเสธ แล้วตอบอย่างจริงจังว่า “คนเรานั้นยิ่งอยู่นานยิ่งกลัวตาย ถึงแม้ว่าในปีหน้าคุณจะหาซื้อยาอายุวัฒนะนี้ได้ แล้วให้คุณท่านเฟ่ยมีชีวิตอยู่อีก 20 ปี แต่20ปียังไงมันก็ต้องผ่านไป ถึงเวลานั้น ท่านก็จะยิ่งกลัวตายมากกว่าตอนนี้ แล้วคุณจะทำยังไง?”
เฟ่ยเข่อซินตอบอย่างจริงจังว่า “ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้ เพียงแค่ฉันสามารถทำได้หนึ่งครั้ง ฉันก็ไม่ละอายใจแล้ว”
เย่เฉินพยักหน้าเบาๆ ในมือได้หยิบยาช่วยหัวใจออกมาหนึ่งเม็ดโดยไม่ให้สุ้มให้เสียงแล้วพูดกับเฟ่ยเข่อซิน “ผมได้เตรียมของขวัญไว้ให้คุณหนึ่งชิ้น เมื่อกี้ก็อยากจะให้คุณแล้ว แต่ว่าลืมไป”
สิ่งที่อยู่บนฝ่ามือของเย่เฉินในเวลานี้ ก็คือยาช่วยหัวใจหนึ่งเม็ด
ยาช่วยหัวใจเม็ดนี้มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณหนึ่งเซนติเมตร เพราะราคาไม่แพงเหมือนยาอายุวัฒนะ ดังนั้นเย่เฉินจึงไม่ได้ใส่ในกล่องไม้ ใช้เพียงกระดาษห่อมันเอาไว้
เฟ่ยเข่อซินสัมผัสได้ว่าเหมือนก้อนกระดาษตกลงมาในฝ่ามือ แต่เหมือนมันจะหนักกว่ากระดาษเล็กน้อย ดังนั้นจึงมองมันด้วยความสงสัย เห็นกระดาษไขที่มีรูปทรงกลม ก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ ตามติดมาด้วย เธอก็นึกได้ว่ายาช่วยหัวใจเม็ดนั้นที่หลิวม่านฉงเคยให้เธอดู เหมือนว่าจะห่อด้วยกระดาษไขแบบนี้……..
ในขณะนี้ เฟ่ยเข่อซินรู้สึกว่า หัวใจของเธอเหมือนมีอะไรมากระแทก ชาไปหมดทั้งร่าง หัวใจก็เต้นแรงขึ้น เหมือนกับว่าสารอะดรีนาลีนพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
แม้ว่ายาช่วยหัวใจจะอยู่ในมือของตัวเองแล้ว แต่ว่าเฟ่ยเข่อซินยังคงมีความรู้สึกที่เหลือเชื่อ
เฟ่ยเข่อซินที่กำลังตกตะลึงได้มองไปทางเย่เฉิน ถามอย่างไม่รู้ตัว “คุณเย่ นี่ นี่ นี่มันคือยาช่วยหัวใจไม่ใช่เหรอ ? ทำไมจู่ๆคุณถึงให้ของขวัญที่แพงขนาดนี้กับฉันละ ?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...