ดังนั้น เย่เฉินคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดขั้นต่อไปสำหรับเขาไม่ใช่คิดหาวิธีสร้างรายได้ แต่เป็นการสะสมความแข็งแกร่งอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากความมั่งคั่ง
ขณะนี้ ในที่สุดเฟ่ยเข่อซินที่อยู่ด้านข้างก็เข้าใจสิ่งที่เย่เฉินสนใจจริง ๆ แล้ว
ดังนั้นเธอจึงกล่าวกับเย่เฉินด้วยความหนักแน่นว่า “คุณเย่ คุณวางใจเถอะ ไม่ว่าต่อไปจะเผชิญกับคู่ต่อสู้แบบไหน ขอเพียงแค่ฉันยังอยู่ในตระกูลเฟ่ย ตระกูลเฟ่ยก็จะอยู่เคียงข้างคุณ แบ่งปันความสุขและความทุกข์ไปด้วยกัน”
เย่เฉินพยักหน้าเบา ๆ และกล่าวด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ว่า “แบ่งปันความสุขและความทุกข์ไปด้วยกัน... บางทีอาจเป็นการเผชิญหายนะร่วมกัน หรือเพื่อแบ่งปันความมั่งคั่งด้วยกัน หวังว่าผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวังที่คุณไว้วางใจผม”
เฟ่ยเข่อซินกล่าวโดยไม่ลังเล “คุณเย่ ฉันเชื่อในความสามารถของคุณ ภายใต้การนำของคุณ จะทำให้ตระกูลเฟ่ยมีความมั่งคั่งแน่นอน!”
เย่เฉินยิ้มแบบไม่ยอมรับหรือปฏิเสธ จากนั้นชี้เม็ดยาที่อยู่ในมือของเธอ และกล่าวอย่างจริงจังว่า “คุณปู่ของคุณเป็นคนฉลาดหลักแหลม เขาต้องรู้ว่าคราวนี้การที่คุณมาช่วยงานผมที่เกาะฮ่องกง ผมจะต้องตอบแทนน้ำใจอย่างแน่นอน ดังนั้นหลังจากคุณกลับไปแล้ว คุณจะต้องไม่ให้เขารู้ว่าผมได้มอบยาช่วยหัวใจให้คุณหนึ่งเม็ด ถ้าเขาถามคุณ คุณก็บอกเขาว่าตอนที่ผมพบเขา ผมจะตอบแทนตระกูลเฟ่ยอย่างแน่นอน”
เฟ่ยเข่อซินนึกไม่ถึงว่าเย่เฉินจะคิดรอบคอบขนาดนี้ กล่าวความซาบซึ้งและความเคารพว่า “ค่ะ คุณเย่ เข่อซินจะปฏิบัติตามคำสั่งของคุณ!”
……
หลังจากนั่งเครื่องบินสิบสองชั่วโมง ในที่สุดเครื่องบินโบอิ้ง 747 ที่เฟ่ยเข่อซินโดยสารลงจอดที่สนามบินพรอวิเดนซ์ในสหรัฐอเมริกา
หลังจากลงเครื่องแล้ว เย่เฉินปฏิเสธคำขอของเฟ่ยเข่อซินที่จะไปส่งตนเอง เขาลงเครื่องตามลำพัง และหลังจากเห็นเครื่องบินที่เฟ่ยเข่อซินโดยสารบินขึ้นอีกครั้ง โดยมุ่งหน้าไปยังนครนิวยอร์ก เขาถึงได้เดินผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง
เนื่องจากเครื่องบินที่เฟ่ยเข่อซินโดยสาร เป็นระดับซุเปอร์วีไอพีทุกสนามบินในสหรัฐอเมริกา ดังนั้นเย่เฉินที่โดยสารเครื่องบินมาด้วย จึงได้รับบริการระดับวีไอพีที่สนามบินด้วย
คนขับนำกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่สองใบออกจากท้ายรถ ของที่อยู่ในกระเป๋าเดินทางสองใบนี้เป็นของฝากขึ้นชื่อของเกาะฮ่องกงที่หลิวเจียฮุยเตรียมให้เขา
หลังจากนั้น คนขับก็หยิบกระเป๋าเดินทางขนาดเล็กยี่สิบนิ้วออกมาจากด้านใน ซึ่งเป็นกระเป๋าใส่สัมภาระของเย่เฉิน
ปาเต็ก ฟิลิปป์ที่หลิวม่านฉงมอบให้เขา ก็ใส่อยู่ในกระเป๋าเดินทางใบนี้ด้วย
เมื่อพนักงานโรงแรมเห็นว่าเขามีกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่สามใบ พนักงานจึงรีบเข็นรถเข็นกระเป๋ามา นำใส่กระเป๋าทั้งสามใบของเย่เฉินใส่บนรถเข็น แล้วเดินตามเย่เฉินไปที่ชั้นบนสุดของโรงแรมฮิลตัน
ขณะนี้ เซียวชูหรันกับหม่าหลันเพิ่งทานอาหารเย็นเสร็จ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...