แววตาของอานโฉงชิวเป็นประกายพร้อมเอ่ยปากว่า “เมื่อกล่าวเช่นนี้แล้ว ผู้มีพระคุณที่ช่วยเราก็คือคนที่ช่วยพวกคุณที่จินหลิงวันนั้นด้วย ถ้าจะพูดให้ถูกผู้มีพระคุณคนนี้ก็คือคนที่คอยควบคุมงานประมูลยาอายุวัฒนะตัวจริง และอาจจะเป็นถึงคนที่ครอบครองยาอายุวัฒนะทั้งหมดใช่หรือไม่”
คำพูดของอานโฉงชิวดึงดูดความสนใจของสมาชิกคนอื่นๆ ในตระกูลอาน
เมื่อก่อนตระกูลอานไม่ค่อยมีโอกาสได้สัมผัสสิ่งที่เรียกว่ายาทิพย์ยาวิเศษมากนัก
ทว่าในช่วงนี้ สิ่งที่พวกเขารู้ สิ่งที่พวกเขาเคยประสบผ่าน หรือว่ายาทิพย์ยาวิเศษที่พวกเขาเคยเห็นคนอื่นใช้มีมากกว่าสามชนิด
อย่างแรกเป็นตอนที่อานโฉงชิวได้ไปเจอที่งานประมูลยาที่จินหลิง จึงได้เห็นร่องรอยของยาอายุวัฒนะด้วยตาของตัวเอง
หลังจากนั้นก็เป็นยาปลุกจากความตายที่กู้ชิวอี๋ส่งมา ทำให้สามารถช่วยคุณท่านอานฉี่ซานให้รอดพ้นจากความตายขึ้นมาได้
ตอนนี้ก็เป็นยาวิเศษที่ใช้กับหลี่ญ่าหลิน ที่ช่วยฟื้นชีพเขาขึ้นมาที่ศูนย์การแช่แข็ง
ในบรรดานี้ ยาที่กู้ชิวอี๋ส่งมาเป็นยาที่มีเบื้องหลังชัดเจนมากที่สุด ก่อนหน้านี้ตระกูลอานจึงไม่ได้มีความสงสัยแต่อย่างใด
เนื่องจากหากยึดตามที่กู้ชิวอี๋กล่าว ยาที่เธอนำมานั้นเป็นยาที่เธอไปขอมาได้ตอนที่พ่อของเธอป่วยหนัก เมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้า ลำดับการแก้ปัญหาตามหลักเหตุผลของคนทั้งตระกูลอานย่อมต้องเอายาที่กู้ชิวอี๋นำมา ยาอายุวัฒนะและยาก่อใหม่มาคิดเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน
อานข่ายเฟิงไม่สามารถปิดบังความตื่นเต้นของตัวเองได้จึงเอ่ยปากว่า “พี่ใหญ่ มาคิดๆ ดูแล้ว ผู้มีพระคุณคนนี้น่าจะมีความข้องเกี่ยวกับพวกเรามากทีเดียว ตอนนั้นที่พี่โดนไล่ออกมาจากงานประมูลยาอายุวัฒนะ ผู้มีพระคุณคนนี้น่าจะรู้ทุกอย่าง แต่แม้ว่าจะเป็นแบบนี้เขาก็ยังตามมาช่วยพวกเราที่นิวยอร์ก”
อานโฉงชิวพยักหน้าพลางกล่าวว่า “งานประมูลวันนั้น ซ่งหวั่นถิงที่อยู่ในงานที่จินหลิงน่าจะเป็นเพียงแค่หุ่นเชิดเท่านั้น สถานการณ์ที่ดำเนินไปในงานน่าจะมีคนคอยสั่งการเธอผ่านทางหูฟัง ตอนนั้นผมคิดมาตลอดว่าผู้มีพระคุณจะต้องแอบเฝ้ามองสถานการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นั่นอยู่ในห้องใดห้องหนึ่ง อีกอย่างผมอุตส่าห์เสนอเงินตั้งสามพันล้านแต่ยังกล้าไล่ผมออกมาอีก การตัดสินใจนี้แน่นอนว่าซ่งหวั่นถิงจะต้องไม่กล้าอย่างแน่นอน ทรัพย์สินของทั้งตระกูลซ่งคงไม่เกินสามถึงสี่ร้อยล้าน ไม่ว่าอย่างไรเธอก็คงไม่กล้าหาญและไม่มีสิทธิ์ในการตัดสินใจเช่นนี้”
นายหญิงใหญาถอนใจออกมา “เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ครอบครัวของพวกเรานับว่าโชคดีนัก วันนั้นหากผู้มีพระคุณไม่แอบอยู่ในห้องข้างๆ ไม่รู้ว่าป่านนี้ตระกูลของพวกเราจะเป็นอย่างไรบ้าง……”
อานโฉงชิวได้สติกลับมาจึงหลุดพูดออกไปว่า “แม่ง ผู้มีพระคุณเป็นแฟนเพลงของนานด้วย!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...