ทานากะ โคอิจิรีบกล่าวออกมาอย่างนอบน้อมว่า: “รับคำสั่งครับท่าน”
อิโตะ นานาโกะอดไม่ได้ที่จะกล่าวเตือนว่า: “โอโต้ซัง เพิ่งจะฟื้นกลับคืนมา อย่าออกกำลังกายจนหักโหมเกินไปดีกว่า”
นางาฮิโกะ อิโตะโบกมือขึ้นครู่หนึ่งแล้วกล่าวอย่างจริงจังว่า: “ตามคำสั่งของคุณเย่ หลังจากกลับไปญี่ปุ่น พ่อก็ไม่สามารถวิ่งจ๊อกกิ้งข้างนอกได้อย่างตามอำเภอใจ อาศัยตอนอยู่ที่อเมริกาแล้วไม่มีใครรู้จักพ่อ พยายามเดินเยอะหน่อย วิ่งเยอะหน่อย หลังจากกลับไปก็ต้องแสร้งทำท่าทางของคนพิการคนหนึ่งให้ทุกคนดูดีกว่า”
พออิโตะ นานาโกะได้ฟังคำพูดนี้ก็เลยค่อยๆ พยักหน้าอย่างเข้าใจ ก็ไม่ได้ยืนหยัดในความคิดตนอีก
แต่ทว่าทันใดนั้นอิโตะ นานาโกะก็คิดอะไรขึ้นมาได้ แล้วเอ่ยปากพูดอย่างคาดหวังไปทั้งใบหน้าว่า: “โอโต้ซัง ในเมื่อพ่อชอบความรู้สึกที่ไม่มีคนรู้จักพ่อเช่นนี้ งั้นพวกเราเป็นไปได้ก็อยู่ที่นครนิวยอร์กนานหน่อยเถอะ”
“ได้สิ!” นางาฮิโกะ อิโตะรับปากออกมาอย่างไม่เสแสร้ง แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า: “พอกลับญี่ปุ่นก็ได้เพียงแค่นึกถึงการใช้ชีวิตแบบสันโดษ คิดไปแล้วก็ไม่ได้ดั่งใจเสียเท่าไรนัก หากสามารถใช้ชีวิตอย่างอิสระหลายวันที่อเมริกาได้ก็ไม่เลว!”
ในใจของอิโตะ นานาโกะก็มีความสุขมากเช่นกัน อันที่จริงแล้วเธอก็อยากจะอยู่พักที่นครนิวยอร์กหลายวันสักหน่อย ยังไงเย่เฉินก็อยู่ที่นี่ ตนเองอยู่ที่นี่ก็สามารถมีเวลาอยู่ด้วยกันกับเขาเยอะขึ้นมาบ้าง
ดังนั้นเธอก็ยิ่งอดไม่ได้ที่จะถามเย่เฉินว่า: “เย่เฉินซัง คุณจะพักอยู่ที่นครนิวยอร์กนานแค่ไหน?”
คำถามของอิโตะ นานาโกะทำให้เย่เฉินไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดีไปชั่วขณะ
อันที่จริงแล้ว ธุระที่เขาต้องทำนั้นโดยพื้นฐานแล้วก็ทำไปเกือบจะเรียบร้อยแล้ว
เขาได้จัดการเหมยอวี้เจินและพวกพ้องส่วนใหญ่ของเธอไปแล้ว และกลุ่มอาชญากรทั้งหมดที่อยู่เบื้องหลังของเธอ
“ได้สิ” เย่เฉินรับคำอย่างสบายใจ
ตอนที่ทั้งสี่คนกลับมาถึงโรงแรม โต๊ะงานเลี้ยงที่หรูหราได้เตรียมการไว้พร้อมแล้วที่ห้องเพรสซิเดนสูทของเย่เฉิน
เนื่องจากเป็นวันเกิดของนางาฮิโกะ อิโตะ เย่เฉินก็เป็นเพราะว่าเห็นแก่หน้าของอิโตะ นานาโกะ จึงให้คนเตรียมงานเลี้ยงงานนี้ขึ้น ดังนั้นก็เลยไม่ได้เชิญเฉินจื๋อข่าย หงห้าและซูรั่วหลีทั้งสามคนมาเข้าร่วมด้วย
อีกอย่าง เหออิงซิ่วท่านแม่ของซูรั่วหลีอีกหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ให้หลังก็จะมาถึงที่นครนิวยอร์กแล้ว ตอนนี้ทั้งความคิดและจิตใจของเขาต่างจดจ่ออยู่กับตัวของท่านแม่ทั้งหมด
บนโต๊ะรับประทานอาหาร นางาฮิโกะ อิโตะนั่งอยู่ทางด้านขวามือของเย่เฉิน อิโตะ นานาโกะนั่งอยู่ทางด้านซ้ายมือของเย่เฉิน เอมิ อีโตะและทานากะ โคอิจินั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ทั้งหมดมีเพียง 5 คน ดังนั้นเห็นได้ชัดอยู่ว่าที่นั่งค่อนข้างจะหลวมๆ อยู่บ้าง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...