ขณะที่พูดนั้น เขาก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง พลางเอ่ยขึ้น : “อย่างผมที่ต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่ โชคดีที่ยังรู้จักเดือนรู้จักตะวันกับเขาบ้าง แต่ภรรยาของผม และผู้หญิงคนอื่นๆ และยังมีพวกเด็กๆที่ไม่มีโอกาสได้ออกไปปฏิบัติหน้าที่ จนถึงวันนี้แล้วก็ยังไม่เคยเห็นพระอาทิตย์กับพระจันทร์จริงๆเลยครับ”
เย่เฉินได้ยินแล้ว ก็อดที่จะเห็นใจและเสียใจชะตาชีวิตของทหารหน่วยกล้าตายเหล่านี้ไม่ได้เช่นกัน
คนหนึ่งคน ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย เป็นไปได้ว่าไม่เคยเห็นพระอาทิตย์มาก่อน ถ้าหากพูดออกไป เกรงว่าจะไม่มีใครเชื่อ
คิดมาถึงตรงนี้แล้ว เขาก็อดที่จะเอ่ยพูดกับซ่าจิ่วหลิงขึ้นมาไม่ได้ : “ผมวางแผนไว้คือจะค่อยๆเอาสถานที่พักของทหารหน่วยกล้าตายกลับมา ทำให้ทุกคนเปลี่ยนทิศทาง แบบนี้องค์กรพั่วชิงก็จะได้ไม่พบกับความผิดปกติใดๆในช่วงเวลาสั้นๆนี้ แต่แบบนี้ก็หมายความว่า ทั้งสถานที่พักยังจะต้องรักษาความไม่เปลี่ยนแปลงโดยรวมเอาไว้ก่อน”
ซ่าจิ่วหลิงเข้าใจความหมายของเย่เฉิน จึงรีบเอ่ยขึ้น : “ท่านวางใจได้ครับ พวกเราหลายยุคสมัยยืนหยัดมาได้ขนาดนี้แล้ว ตอนนี้ก็สามารถยืนหยัดต่อไปได้อยู่แล้ว!”
เย่เฉินพยักหน้าลง แล้วเอ่ยขึ้นมาอย่างจริงจัง : “ถึงอย่างไรที่นี่ก็มีหลายพันคน ด้านบนขนาดเพียงเป็นหลักร้อยคนเท่านั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะย้ายทุกคนขึ้นไปอยู่ข้างบนได้ อีกทั้งจำนวนคนเพิ่มขึ้นในคราวเดียว ก็จะดึงดูดให้เป็นที่สงสัยและคาดเดาจากโลกภายนอกได้”
เย่เฉินพยักหน้าลง เอ่ยพูดขึ้นอย่างเข้าใจ : “ปัญหาเหล่านี้ ผมจะให้คนมาจัดการแก้ไขทั้งหมดให้ในเวลาอันสั้นที่สุด”
ว่าแล้ว เย่เฉินก็เอ่ยถามซ่าจิ่วหลิงขึ้นอีกครั้ง : “ใช่แล้ว ปกติแล้วปัญหาเรื่องการรักษาพวกคุณแก้ปัญหากันอย่างไร?”
ซ่าจิ่วหลิงอธิบาย : “พวกเรามีกลุ่มรักษาสิบคนอยู่กลุ่มหนึ่ง สมาชิกของกลุ่มรักษา ล้วนแต่เป็นคนที่องค์กรพั่วชิงเลือกมาจากในกลุ่มเด็กผู้หญิงออกมาฝึกฝน แต่พวกเธอเรียนรู้หลักๆคือด้านสูติเท่านั้น แน่ใจในการดูแลการทำคลอดและทารกทั้งพื้นที่นี้”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...