หลินหว่านเอ๋อร์พยักหน้า และพูดอย่างจริงจัง“ภรรยากับแม่ยายของเย่เฉินใช้ชีวิตอยู่กับเขาทุกวัน ไม่มีทางที่จะไม่พบข้อพิรุธใดๆ แต่เมื่อความคิดของพวกเขาคิดว่าเย่เฉินไม่ได้มีความสามารถอะไรแบบนั้น หรือเย่เฉินก็เป็นเพียงแค่เด็กกำพร้า ไม่มีทางที่จะมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่แบบนั้นได้ และในตอนที่พวกเขาพบเจอข้อพิรุธอะไร ก็จะไม่เอามันไปคิดมาก เมื่อเป็นเช่นนั้น เย่เฉินก็แค่ทำไปตามที่พวกเขาคิด หาข้ออ้างไปเรื่อย ก็สามารถจะหลอกพวกเขาได้ ให้จิตใต้สำนึกของพวกเขาคิดว่า ข้อพิรุธที่มีนั้นเป็นเพราะเรื่องนั้นๆ”
ในตอนนี้ ชิวอิงซานที่อยู่ข้างๆก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ“เบื้องหลังของเย่เฉินมีตระกูลเย่ และตระกูลอาน ความแข็งแกร่งนั้นไม่มีใครเทียบได้ หลังการต่อสู้กันที่ภูเขาเย่หลิงซาน ก็ได้ครอบครองตระกูลซูกับสำนักว่านหลง ตระกูลซู ความแข็งแกร่งนั้นก็ก้าวไปอีกขั้น นอกจากนี้ ยังมีตระกูลอิโตะในญี่ปุ่น……แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยอมที่จะเป็นฝ่ายโอนอ่อน เติบโตอย่างสงบเสงี่ยม ไม่หลงระเริงในเกียรติยศ ดูแล้วคนผู้นี้ก็ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!”
หลินหว่านเอ๋อร์พูดเสียงเรียบ“เหตุผลที่ไม่หลงระเริงในเกียรติยศ ส่วนหนึ่งอาจเพราะบุคลิกนิสัยของเขา และอีกส่วนหนึ่งก็บอกได้ว่า ในเวลานี้ ในสายตาของเขา เขายังมีศัตรูตัวฉกาจอยู่ สำหรับเราคิดว่าความแข็งแกร่งของเขานั้นยิ่งใหญ่มากแล้ว แต่ตัวเขาเองกลับคิดว่า เขายังไม่สามารถจะแสดงความแข็งแกร่งที่มีได้ ยังต้องมุมานะเพื่อลบคำสบประมาท ซ่อนความแข็งแกร่งที่มีเอาไว้”
พูดมาถึงตรงนี้ สีหน้าท่าทีของหลินหว่านเอ๋อร์ก็ตื่นเต้นอย่างควบคุมไม่ได้ กำมือแน่นแล้วกล่าว“ดูท่า เขาคงได้เตรียมตัวเตรียมใจจะต่อสู้กับองค์กรพั่วชิงจนตายกันไปข้างแล้ว!ในส่วนนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับฉัน!ฉันอยากจะเจอเขาให้ได้ในวันนี้เลยจริงๆ เปิดอกคุยกันกับเขา แล้วร่วมมือกับเขาจัดการกับองค์กรพั่วชิง!”
ซุนจือต้งรีบพูดขึ้นมา “หากคุณหนูมีความตั้งใจนี้ ผมสามารถติดต่อเย่โจงฉวนได้ พูดความจริงกับเขา คาดว่าคงจะสามารถนัดเย่เฉินให้มาเจอกับคุณได้ ”
หลินหว่านเอ๋อร์ครุ่นคิด จากนั้นก็โบกมือแล้วกล่าว“ช่างมันเถอะ ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม อีกอย่างฉันเองก็ไปแสดงละครตบตาเขาเอาไว้ มาตอนนี้จู่ๆก็โผล่มา ต้องทำเขารู้สึกหวาดระแวงแน่ หรือไม่ก็อาจจะไปแตะเกล็ดมังกรของเขาได้ จนทำเขาคิดว่าฉันเป็นศัตรู เพราะเมื่อเขาเฝ้าระวังฉันขึ้นมา ต่อให้ในอนาคตอยากที่จะร่วมมือกับเขา ก็คงต้องระมัดระวังในตัวฉันอย่างแน่นอน ฉันไม่อยากให้เพื่อนร่วมรบต้องมาคอยระแวงฉันอยู่ตลอดเวลา ฉันต้องการให้เขาเชื่อใจและไว้ใจฉันอย่างเต็มร้อย ภายใต้การร่วมมือกันกำจัดองค์กรพั่วชิง”
หลิวม่านฉงถามอย่างประหลาดใจ “คุณคือ?”
อีกฝ่ายรีบแนะนำตัวเอง “สวัสดีค่ะคุณหลิว ฉันคือเฉินเสว่จากฝ่ายทรัพยากรบุคคลของมหาวิทยาลัยจินหลิงค่ะ กลัวว่าคุณมาถึงแล้วจะหาสถานที่ไม่เจอ ดังนั้นก็จึงมารอคุณอยู่ที่นี่ล่วงหน้า ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...