“น่าสนใจ……”หลินหว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยรอยยิ้ม“ทุกที่ที่เย่เฉินเดินทางไปถึง จะต้องมีเรื่องราวเกิดขึ้น หากฉันเดาไม่ผิด ในตอนที่ซูจือหยูเกิดอุบัติเหตุในประเทศญี่ปุ่น ก็น่าจะถูกเย่เฉินช่วยเหลือเอาไว้ ดังนั้นเย่เฉินก็จึงอาศัยเธอขึ้นสู่อำนาจ ที่เย่เฉินต้องการอาจไม่ใช่ส่วนแบ่งของที่ดินและค่าชดเชยใดๆของตระกูลซู แต่เป็นการยอมศิโรราบของตระกูลซูมากกว่า ”
พูดจบ หลินหว่านเอ๋อร์ก็พูดต่อ“ยังมีตระกูลอิโตะด้วย ไม่แน่ว่าอาจจะอาศัยเย่เฉินโชคดีแล้วอยู่รอดจนถึงวินาทีสุดท้ายของความชุลมุนวุ่นวายนั้น บางทีอิโตะนานาโกะคนนั้นก็อาจจะเป็นคนสนิทของเย่เฉินด้วย ทั้งตระกูลอิโตะในมือเธอ หากเย่เฉินต้องการ ก็สามารถจะยกให้ได้ในทุกเมื่อ”
ซุนจือต้งยิ้มเยาะแล้วกล่าว“คุณหนู คุณให้ราคาเย่เฉินคนนี้มากไปหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าเรื่องไหนที่มีเย่เฉินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เบื้องหลังของเรื่องนั้นๆก็จะมีเย่เฉินคอยบงการวางแผนอยู่?”
หลินหว่านเอ๋อร์ยกยิ้มเล็กน้อย แล้วถามเขากลับ“เย่เฉินที่มีความสามารถเก่งกาจแบบนี้ แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่รู้ถึงการมีอยู่ของเขา แม้แต่ภรรยาของเขา และแม่ยายของเขาเองคนที่ใช้ชีวิตอยู่กับเขาในทุกๆวัน กลับไม่รู้ถึงสถานะตัวตนที่แท้จริงของเขา นายรู้ไหมว่าเพราะอะไร?”
ซุนจือต้งถามอย่างไม่เข้าใจ “คุณหนู คุณรู้ได้ยังไงว่าภรรยากับแม่ยายของเขาไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา?”
หลินหว่านเอ๋อร์หัวเราะ แล้วถามเขากลับ“แม่ยายของเขาไปขอพรที่วัด นายรู้ไหมว่าเธอขออะไร?”
ซุนจือต้งพูดอย่างงุนงง“ผม……ไม่รู้ครับ……”
หลินหว่านเอ๋อร์พูดอย่างจริงจัง“พวกเขาไม่เคยมองว่าเย่เฉินนั้นแข็งแกร่งมีความสามารถ คิดแค่เพียงเขาไม่ได้เก่งกาจอะไร ไม่สามารถจะเอาชนะสำนักว่านหลงได้ และไม่สามารถจะควบคุมชีวิตความเป็นความตายของตระกูลซู ตระกูลอิโตะและตระกูลอีกมากในประเทศญี่ปุ่นได้ และเรื่องที่เหลือเชื่อเหล่านั้นก็ไม่น่าจะใช่ฝีมือของเขา หากฉันไม่ได้ไปหานายที่เย่นจิง นายก็ไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของเย่เฉิน ต่อให้นายจะอยู่ด้วยกันกับเขาทั้งเช้าทั้งเย็น คาดว่าก็ไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขาได้”
พูดมาถึงตรงนี้ หลินหว่านเอ๋อร์ก็พูดต่อ“แต่ฉันไม่เหมือนนาย ฉันเคยเห็นความสามารถที่แข็งแกร่งของเขามาแล้ว และฉันเองก็รู้ว่าความสามารถที่เขามีนั้นมันมีพลังมากมายแค่ไหน ดังนั้นในใจของฉัน ฉันยอมที่จะมองเขาในด้านที่แข็งแกร่งที่สุด ฉันคิดว่าเขาสามารถจะเอาชนะสำนักว่านหลงได้ และคิดว่าเขาสามารถจะควบคุมตระกูลที่ยิ่งใหญ่เหล่านั้นได้ ดังนั้นสิ่งที่นายพูดมา สัญชาตญาณของฉันเชื่อมันทุกอย่าง ว่าต้องเป็นเย่เฉิน”
ซุนจือต้งครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ พยักหน้ารับเบาๆแล้วกล่าว“คุณหนูพูดถูก……ความคิดส่วนตัวของผมส่งผลต่อการตัดสินใจของตัวเอง หากความคิดส่วนตัวคิดว่ามันไม่จริง กระบวนการทางความคิดและตัดสินใจนั้นก็จะยึดความคิดของตัวเองเป็นสำคัญ และจะไม่ไปแก้ไขข้อผิดพลาดใดๆที่มี”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...