จากนั้น เขาก็ยื่นกระดาษไปยังตรงหน้าของผู้สัมภาษณ์อีกคน และผู้สัมภาษณ์อีกคนก็เขียน“+1”ลงไปที่ด้านหลังของคำว่า“เห็นด้วย”
และแล้ว ทั้งสามคนก็อาศัยการส่งข้อความกันแบบนี้ และทำการตัดสินใจอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
จบการสัมภาษณ์ ผู้หญิงที่อายุราวๆสี่สิบปีก็ลุกขึ้นยืน และพูดด้วยรอยยิ้มกับหลิวม่านฉงว่า“คุณหลิว จากประวัติและคุณสมบัติของคุณเหมาะกับตำแหน่งคนหนุ่มสาวที่มีความสามารถตามแบบแผนที่เราวางเอาไว้อย่างมาก ดังนั้นจากการตัดสินใจของเราทั้งสามคนที่เห็นพ้องต้องกันว่า ตอนนี้เราสามารถให้คำตอบที่แน่ชัดกับคุณได้ ว่าคุณผ่านการคัดเลือกและได้รับการเข้าทำงานแล้ว !”
หลิวม่านฉงถามด้วยความประหลาดใจ“ฉันไม่จำเป็นต้องสอบครั้งที่สองหรือสอบข้อเขียนใดๆอีกแล้วเหรอคะ? ”
ผู้หญิงคนนั้นยิ้มและพูดว่า“ไม่จำเป็นค่ะ แม้ขั้นตอนการสมัครของเราจะมีรอบแรก รอบสองและข้อเขียน แต่ในนี้มีขั้นตอนรอบแรกที่จะข้ามผ่านไปไม่ได้ ในส่วนของรอบสองกับข้อเขียนนั้นสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม เราทั้งสามคนมีความเห็นว่าในทุกด้านของคุณนั้น ตรงตามความต้องการของเราเป็นอย่างมาก และในตอนนี้คุณเองก็อาศัยอยู่ที่เกาะฮ่องกาง และเราก็เห็นว่าไม่จำเป็นต้องให้คุณลำบากเดินทางไปมา หากคุณเองก็พร้อมที่จะมาทำการสอนกับเราที่นี่ งั้นรบกวนคุณจัดตารางเวลาใหม่ พักอยู่ที่เมืองจินหลิงอีกหนึ่งคืน เราทั้งสามจะจัดการเรื่องการรับสมัครให้เสร็จสิ้นในวันนี้ เตรียมเอกสารสัญญาให้เรียบร้อย พรุ่งนี้เช้าก็สามารถทำการเซ็นสัญญาได้เลย ”
พูดจบ เธอมองไปยังหลิวม่านฉงอย่างคาดหวัง และถาม“คุณหลิวมีความคิดเห็นยังไงคะ ? ตัดสินใจตอนนี้ได้เลย หรือว่าต้องกลับไปคิดดูอีกที ?”
อันที่จริง ผู้สัมภาษณ์ทั้งสามคนนี้ เกร็งกว่าหลิวม่านฉงเสียอีก
มหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศ ล้วนมีความสนใจกับผู้ที่มีความสามารถอย่างหลิวม่านฉงแบบนี้มาก และต่างก็มีโครงการที่จะรับคนหนุ่มสาวมากความสามารถแบบนี้กันทั้งนั้น ด้วยความสามารถที่มีของหลิวม่านฉง มหาวิทยาลัยทุกแห่งในประเทศ ขอแค่แข่งขันกันอย่างยุติธรรม ไม่มีความยากเย็นใดๆแน่นอน
เดิมทีหลิวม่านฉงอยากจะบอก ว่าตัวเองตั้งใจจะซื้อบ้านที่เมืองจินหลิงสักหลัง จะได้ไม่ต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรของโรงเรียน
แต่เมื่อมาคิดๆดู บ้านที่เมืองจินหลิงนั้นก็ไม่ได้ราคาถูกๆ ตัวเองก็เพิ่งจะเรียนจบมา ยังไม่ได้เริ่มทำงานทำการก็คิดจะซื้อบ้านก่อนแล้ว สำหรับคนอื่นอาจจะดูว่าโอ้อวดเกินไป ไม่สู้รับห้องพักที่ทางโรงเรียนจัดหาให้ จากนั้นตัวเองก็ค่อยแอบไปซื้อบ้านอย่างเงียบๆ
คิดมาถึงตรงนี้ เธอก็จึงเอ่ยตอบไปว่า “อย่างนั้นก็ขอบคุณมากๆค่ะ !”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...