เซียวฉางเฉียนตกใจเสียจนตัวสั่นพลางโพล่งขึ้นมา : “ที่รัก...คุณให้ผมแสร้งป่วยเป็นมะเร็งตับอ่อน มันดูไม่ค่อยเป็นสิริมงคลไปหน่อยหรือเปล่า...”
ว่าแล้ว เซียวฉางเฉียนที่เอาแต่รับปากก็เอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง : “ที่รักคุณดู...ไม่ใช่ว่าผมมีความเชื่องมงายล้าสมัยหรอกนะ ที่สำคัญจะต้องอดอาหารลดน้ำหนัก ร่างกายของผมอยู่ในช่วงพักฟื้นอยู่แล้ว ถ้าคุณไม่ให้ผมกินอิ่ม แล้วเมื่อไหร่ผมถึงจะฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติได้ล่ะ...”
เฉียนหงเย่นขมวดคิ้วพลางเอ่ยถามขึ้นอย่างไม่ชอบใจนัก : “คุณคิดว่าเรื่องนี้จะต้องให้คุณมาแสดงความคิดเห็นอย่างนั้นเหรอ? นี่เป็นการบอกคุณเท่านั้นนะ!”
ว่าแล้ว เธอก็มองไปยังนายหญิงใหญ่เซียว แล้วเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา : “ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป ลดอาหารให้เขาครึ่งนึง!”
“ได้ๆ...หงเย่นเธอวางใจได้ ฉันจะทำตามนั้นอย่างแน่นอน!” เวลานี้นายหญิงใหญ่เซียวทำได้เพียงแค่พยักหน้าตอบรับเท่านั้น
เซียวฉางเฉียนมีสีหน้าที่ตื่นตระหนกขึ้นมาทันที ในใจเขาชัดเจนมากว่าตัวอยู่ในระยะฟื้นฟู ไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้ ทุกอย่างต้องหวังให้แม่ที่อายุมากแล้วเป็นคนป้อน ถ้าหากแม่ตัดปริมาณอาหารของตัวเองไป ตัวเองก็ไม่มีวิธีอื่นใดเช่นกัน
ในความเลี่ยงไม่ได้นี้ เขาจึงทำได้เพียงถอนหายใจออกมา พลางเอ่ยขึ้น : “ได้ หงเย่น ผมฟังคุณหมด!”
เฉียนหงเย่นตอบรับแล้วหันไปมองยังเซียวไห่หลง : “ตอนนี้ประโยคหนึ่งที่เป็นที่นิยมในอินเตอร์เน็ตคือจะต้องระวังจุดอ่อนของตัวเอง ความโชคร้ายจะมาหาแค่คนที่โชคไม่ดีเท่านั้น แค่พ่อแกแสร้งทำเป็นโรคมะเร็งตับอ่อนมันไม่พอหรอกนะ ทางที่ดีที่สุดคือแกเองก็จะต้องเป็นโรคอะไรที่รุนแรงด้วย ตอนนี้ฉันเห็นพวกคนวัยรุ่นจะเป็นโรคยูรีเมียอาการเป็นพิษในเลือดกันเยอะ ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป ก็ไปหาความรู้สึกของผู้ป่วยที่เป็นโรคยูรีเมียไปตามลำดับก็แล้วกัน”
“ยูรีเมีย...” เซียวไห่หลงเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าที่งุนงง : “แต่ผมไม่รู้เลยว่าผู้ป่วยยูรีเมียจะมีความรู้สึกอะไรบ้าง...”
เฉียนหงเย่นตอบรับ แล้วเอ่ยพูดขึ้นกับนายหญิงใหญ่เซียว : “ยายแก่ คุเองก็มีบทใหม่เหมือนกันนะ”
นายหญิงใหญ่เซียวเอ่ยถามขึ้นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความนอบน้อม : “หงเย่น จะให้แม่แสดงอย่างไรก็บอกมาได้เลย!”
เฉียนหงเย่นเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา : “รอให้ไห่หลงแสดงบทที่ป่วยเป็นโรคยูรีเมียเสร็จ คุณก็ต้องมาร้องไห้อยู่หน้ากล้องทุกวัน ร้องติดๆกันเป็นสิบยี่สิบวัน แล้วก็แสดงเป็นคนตาบอด”
“แสดงเป็นคนตาบอด...” มุมปากของนายหญิงใหญ่เซียวกระตุก แต่ก็เอ่ยขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ : “ได้ แม่ฟังเธออยู่แล้ว...”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...