เฉียนหงเย่นลุกขึ้นยืนอย่างพอใจ มองจากบนลงล่างแล้วเอ่ยขึ้น : “พวกคุณเอาใจใส่กันหน่อยนะ รอให้การแสดงรอบใหม่นี้จบ หลังจากที่ยอดขายสูงขึ้น ฉันก็จะไปซื้อคฤหาสน์ที่ใหญ่กว่านี้ที่ชานเมือง แล้วรับพวกคุณไปอยู่ด้วย ถึงตอนนั้นอาการบาดเจ็บของพวกคุณคาดว่าน่าจะดีขึ้นแล้ว ตอนกลางคืนสามารถไลฟ์ถ่ายทอดสดกันได้ ส่วนกลางวันก็พักผ่อน อีกทั้งไม่มีคนนอกมารบกวนด้วย ไม่ต้องมาอยู่กับผู้หญิงปากร้ายหยาบคายอย่างจางกุ้ยเฟินพวกสามคนนั่นทำเอาเอือมระอาไปหมด”
เซียวฉางเฉียน เซียวไห่หลง และนายหญิงใหญ่เซียวได้ยินแล้ว ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
เซียวฉางเฉียนโพล่งขึ้นโดยจิตใต้สำนึก : “ซื้อบ้านใหม่?! ดีจริงๆ!”
เซียวไห่หลงเองก็ตื่นเต้นดีใจขึ้นมาเช่นกัน : “แม่ ถึงตอนนั้นต้องซื้อคฤหาสน์หลังที่มีลานกว้างๆด้วยนะ!”
นายหญิงใหญ่เซียวอดที่จะพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้นไม่ได้ : “ฉันอยากจะหลุดพ้นจากจางกุ้ยเฟินกองขี้เหม็นๆสามกองนั่นแล้ว!”
ทุกวันพวกเขาหมกอยู่แต่ในห้องนี้ก็เบื่อเซ็งกันตั้งนานแล้ว อีกทั้งหลังจากที่พวกจางกุ้ยเฟินเข้ามา คฤหาสน์หลังนี้ของคนตระกูลเซียวก็สูญเสียสิทธิในการพูดไป ล้วนแต่ถูกพวกเขาทั้งสามคนกลั่นแกล้งเบียดเบียน จึงทำได้แค่เพียงกล้ำกลืนฝืนทนอยู่ในห้อง ถ้าหากสามารถย้ายไปอยู่คฤหาสน์หลังใหม่ที่เป็นของครอบครัวตัวเองได้ ถึงตอนนั้นชีวิตจะต้องมีแต่ความสบายใจอย่างแน่นอน
เฉียนหงเย่นมองดูท่าทางที่ดูตื่นเต้นของทั้งสามคน ในใจก็ยิ่งหัวเราะเยาะมากยิ่งขึ้น
เธอรู้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่บ้านนี้ถึงแม้ว่าจะมีสิทธิในการพูด แต่ตัวเองก็ไม่สามารถออกห่างไปจากความช่วยเหลือของทั้งสามคนนี้ได้เช่นกัน
ดังนั้นปกติจะตีจะด่าว่าพวกเขา ดูถูกพวกเขา ก็ไม่สำคัญ ที่สำคัญก็คือจะต้องให้พวกเขาได้ผลประโยชน์บ้าง
จางกุ้ยเฟินกลับมาถึงห้อง หลังจากที่มาเจอกับพี่น้องทั้งสองคนแล้ว ก็เห็นใบหน้าของทั้งสองคนเต็มไปด้วยความโมโหและไม่พอใจเป็นอย่างมาก
เธอจึงรีบเอ่ยถามขึ้น : “ให้พวกเธอบันทึกเสียงไว้บันทึกได้แล้วใช่ไหม? อย่ามาตกมาตายเอาตอนนี้นะ!”
ต่งหยู้หลิงเอ่ยขึ้นด้วยความโมโห : “พี่กุ้ยเฟิน คนตระกูลเซียวนี่ไร้ค่ามาก พี่อยู่ตรงระเบียงข้างนอกอาจจะไม่ได้ยินว่าพวกนั้นพูดอะไรกัน เฉียนหงเย่นกับยายแก่นั่น ด่าพวกเราซะเละเลย!”
“ใช่!” หลี่เยว่ฉินเองก็พูดขึ้นด้วยความเดือดดาลเช่นกัน : “ที่สำคัญคือเฉียนหงเย่นนั่นไร้ค่าเกินไปแล้ว อย่าว่าแต่ด่าพวกเราสามคนเลย แม้แต่คนที่ให้เงินพวกเขาในไลฟ์ก็ถูกนางด่าว่าเป็นพวกคนโง่ด้วย พี่ว่าพวกนี้คนเลวๆนี่เลวถึงระดับไหนกัน?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...