อิโตะ นานาโกะที่เดิมทีตามอยู่หลังเย่เฉิน เห็นว่าจู่ ๆ เย่เฉินก็หยุดลง จึงขมวดคิ้ว รีบถามเขาว่า:“เย่เฉินซัง คุณเป็นอะไรเหรอ?”
เย่เฉินพูดด้วยสีหน้างงงวยว่า:“ผมก็ไม่รู้……”
พูดไป เขาก็หยิบแหวนวงนั้นออกมาโดยไม่รู้ตัว
เมื่อของสิ่งนี้อยู่ระหว่างสองนิ้วของเขา มันยังคงสั่นไม่หยุดเหมือนผู้ป่วยพาร์กินสัน แต่หลังจากเย่เฉินหยิบมันออกมา มันกลับค่อย ๆ สงบลง แล้วก็ไม่สั่นอีกเลย
เย่เฉินยิ่งงง อดไม่ได้ที่จะคิดว่า:“เป็นบ้าบออะไรอีก?หรือแกหิวอีกแล้ว?อยากหลอกปราณทิพย์ของฉันอีกเหรอ?”
อิโตะ นานาโกะที่อยู่ด้านข้างเห็นเขามองเรียบ ๆ ในมือด้วยสีหน้างุนงง ก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า:“เย่เฉินซัง แหวนวงนี้มีอะไรพิเศษไหม?”
เย่เฉินได้สติคืนมา พูดยิ้ม ๆ ไปว่า:“ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แค่ก่อนหน้านี้เก็บของพัง ๆ แบบนี้มาจากทางเดิน และตอนนี้ก็ลังเลอยู่ตลอดว่าจะทิ้งมันดีไหม”
อิโตะ นานาโกะเม้มริมฝีปากและยิ้ม พูดไปว่า:“งั้นเอามันให้ตำรวจไม่ดีกว่าเหรอ และยังได้ประกาศของหายด้วย ไม่แน่อาจจะสามารถหาเจ้าของของมันเจอ”
ทันใดนั้นเย่เฉินก็นึกถึงหญิงสาวที่ช่วยไว้โดยไม่ได้ตั้งใจที่ยุโรปเหนือ ยิ้ม แล้วพูดไปว่า:“เจ้าของของมันน่าจะจำมันไม่ได้แล้ว”
พูดจบ ก็เอามันใส่กระเป๋ากางเกงคืน แล้วพูดกับนานาโกะว่า:“ไม่สนแล้ว พวกเราไปกันดีกว่า ห้องโถงลิฟต์ข้างหน้าเป็นเลขอาคารที่คุณทานากะส่งมา”
ตอนนี้เอง พี่เสียนก็ขับรถตู้ออกจากโรงรถชั้นใต้ดิน
ตอนรถขับออกจากโรงรถชั้นใต้ดิน วินาทีที่แสงแดดส่องเข้ามาทางกระจกหน้ารถ หญิงสาวสองคนที่อยู่แถวหลังถอนหายใจยาว ๆ ออกมาพร้อมกัน ในใจแอบพูดว่าอันตรายมาก!
เมื่อกี๊รถยังไม่ออกมาจากชั้นใต้ดิน เธอไม่กล้าพูด เพราะเธอรู้เย่เฉินมีปราณทิพย์ ประสาทสัมผัสต้องแข็งแกร่งมากแน่ จึงกลัวว่าตัวเองพูดไปเย่เฉินจะได้ยิน
แต่ว่า ตอนนี้รถออกมาแล้ว เธอรู้สึกโล่งใจมาก ดังนั้นจึงจงใจแหย่หลิวม่านฉงโดยพูดไปว่า:“พี่ม่านฉงเป็นอะไรไป?อยู่ดี ๆ ทำไมจู่ ๆ สีหน้าก็ดูแย่”
หลิวม่านฉงรีบพูดว่า:“งั้นเหรอ?อาจจะ……อาจจะหิวไปหน่อยมั้ง……”
หลินหว่านเอ๋อร์จงใจแกล้งเธอ:“ฉันคิดว่าเธอเห็นหนุ่มหล่อด้านนอกรถเมื่อกี๊แล้วใจเต้นเสียอีก!”
“อ๋า?!”หลิวม่านฉงตกใจ รีบพูดว่า:“ที่ไหนกันล่ะ……จะเป็นไปได้ไง……ฉันไม่สังเกตเห็นหนุ่มหล่อที่ไหนด้วยซ้ำ……”
หลินหว่านเอ๋อร์จึงพูดไปงั้นว่า:“ก็ในโรงจอดรถใต้ดินเมื่อกี๊ หนุ่มหล่อที่เดินไปจากด้านข้างรถพวกเราไง ตัวสูง ๆ หน้าตาก็หล่อมากด้วย”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...