หลินหว่านเอ๋อร์โล่งอก พูดอย่างยิ้มแย้มว่า:“ก็ไม่นานหรอก แค่ห้าหรือหกนาทีเท่านั้นเอง”
หลิวม่านฉงพยักหน้า ถามเธออย่างเป็นห่วงว่า:“เมื่อกี๊เธอปวดท้องไม่ใช่เหรอ?ตอนนี้เป็นไงบ้าง?”
หลินหว่านเอ๋อร์รีบพูด:“รู้สึกจะดีขึ้นแล้ว น่าจะไม่เป็นอะไรหรอก”
หลิวม่านฉงยิ้มและพูดว่า:“หรือประจำเดือนอาจจะใกล้มา ปกติประจำเดือนของเธอมาวันไหน?”
หลินหว่านเอ๋อร์พูดอย่างเขินอาย:“ฉันเอ่อ……ก็ประมาณสองวันนี้ของทุกเดือน……”
“ไม่น่าล่ะ”หลิวม่านฉงหันมา พูดด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า:“วันนี้กินน้ำอุ่นเยอะ ๆ ล่ะ แล้วก็อย่าออกกำลังกายหนักไป”
“โอเค โอเค”หลินหว่านเอ๋อร์รีบตอบรับ แล้วพูดกับพี่เสียน:“พี่เสียนพวกเรารีบกลับไปดีกว่า ฉันหิวแล้ว”
พี่เสียนพยักหน้า พูดด้วยรอยยิ้ม:“เรากลับไปแค่สิบกว่านาทีเอง ถึงบ้านก็ได้กินข้าวแล้ว”
พูดไป เธอก็สตาร์ทรถตู้ออก ขับออกไปจากโรงจอดรถใต้ดิน
ตอนนี้เอง เย่เฉินได้จอดรถบีเอ็มที่ตัวเองขับมาที่ช่องว่างไม่ไกลตรงหน้ารถตู้ เนื่องจากทานากะ โคอิจิซื้อบ้านไม่ได้สนใจในการซื้อที่จอดรถ เย่เฉินจึงได้แต่จอดรถไว้ที่จอดชั่วคราวที่ส่วนกลางกำหนดไว้
ข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดของที่จอดชั่วคราวก็คืออยู่ค่อนข้างไกลจากลิฟต์
ดังนั้น เมื่อเขาจอดรถแล้วเขาก็หาห้องโถงลิฟต์ไปตามป้ายในโรงจอดรถ กับอิโตะ นานาโกะ
จิตใตสำนึกเธอรู้สึกว่า ไม่ว่าอย่างไรตัวเองก็จะให้ เย่เฉินเห็นตัวเองไม่ได้
และตอนนี้เอง พี่เสียนได้ขับรถผ่านด้านข้างเย่เฉิน เย่เฉินที่อยู่ด้านนอกรถดึงนานาโกะมาโดยไม่รู้ตัว ให้เธอหลบไปด้านหลังตัวเอง เพื่อไม่ให้ถูกรถชน
การเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เอาใจใส่แบบนี้ ทำให้หญิงสาวทั้งสองคนในรถตู้เห็นอย่างชัดเจน
ตอนนี้เอง พี่เสียนถามโดยไม่รู้ตัวว่า:“คุณหลิว คุณไม่เป็นไรใช่ไหม?”
หลิวม่านฉงส่ายหน้าโดยไม่รู้ตัว หันกลับมามองแผ่นหลังเย่เฉินอย่างควบคุมไม่ได้ พร้อมกับพูดเสียงเบาอย่างไม่เป็นธรรมชาติว่า:“พี่เสียนรีบขับรถเถอะ ฉันก็หิวแล้ว……”
เวลานี้เอง เย่เฉินที่เดินเคียงไหล่กับอิโตะ นานาโกะ จู่ ๆ ก็รู้สึกว่ากระเป๋ากางเกงสั่นอย่างรุนแรงอีกครั้ง เขาจึงใช้มือกุมกระเป๋ากางเกงอย่างไม่รู้ตัว ขมวดคิ้วเล็กน้อย คิดในใจว่า:“แปลก ทำไมแหวนเก่า ๆ นี้ถึงผิดปกติอีกแล้ว?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...