สาเหตุที่เย่เฉินย้อนมาปลอบให้ซูรั่วหลีไม่ต้องกลัวไม่ต้องกังวลนั้น ก็เป็นแค่การถอยกลับมาตั้งหลักเพื่อรอคอยจังหวะโอกาสใหม่ ใช้วิธีการยั่วยุให้เกิดอาการฮึกเหิม ทำให้ซูรั่วหลีไม่ปฏิเสธคำเชิญที่ให้เธอทดลองยาอีก
เขาเข้าใจในตัวซูรั่วหลีดีมาก ๆ อยู่ ก่อนหน้านี้ตอนที่หญิงสาวคนนี้ช่วยทำงานให้กับตระกูลซู ถึงแม้อุบายจะโหดเหี้ยมไปหน่อย แต่เธอกลับเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องไมตรีจิตมาก ๆ เธอต้องจงรักภักดีต่อตัวเองอย่างหมดจิตหมดใจแน่นอน
และเป็นเพราะเหตุนี้นี่เอง ทันทีที่เย่เฉินกลั่นยาแบบใหม่ออกมาได้ เขาก็อยากให้เธอมาช่วยทดลองยาทันที
เขาเข้าใจดีมาก ๆ ว่าประสิทธิผลของยาตัวนี้ต้องดีกว่ายาช่วยหัวใจในก่อนหน้านี้มากแน่นอน แถมยังไม่มีผลข้างเคียงร้าย ๆ ด้วย เพราะฉะนั้นมันจึงต้องเป็นเรื่องดีต่อซูรั่วหลีอย่างแน่นอน
และวิธีการยั่วยุให้เกิดอาการหึกเฮิมของเย่เฉินก็เกิดประสิทธิผลจริง ๆ ด้วย วินาทีนี้ซูรั่วหลีไม่มีความคิดที่ว่าตัวเองจะเป็นหนี้บุญคุณเย่เฉินอีกหรือไม่แล้ว เธอคิดแค่ว่าตัวเองจะทำให้เย่เฉินสงสัยในความซื่อสัตย์และความกล้าของตัวเองไม่ได้
ดังนั้นเธอจึงรับยามาจากมือเย่เฉิน แล้วถามด้วยน้ำเสียงที่แน่วแน่: “คุณเย่ จะให้รั่วหลีกินยาตอนนี้เลยไหมคะ?”
เย่เฉินพยักหน้า: “กินลงไปเถอะ ฉันจะเฝ้าอยู่ข้างกายเธอ น่าจะไม่มีปัญหาอะไร”
“ได้เลยค่ะ!”ซูรั่วหลีพยักหน้าเบา ๆ จากนั้นก็นั่งลงในท่าขัดสมาธิ แล้วใส่ยาเม็ดนั้นเข้าไปในปากอย่างเด็ดเดี่ยวมาก ๆ
เมื่อก่อนซูรั่วหลีก็เคยกินยาช่วยหัวใจเหมือนกัน รู้อยู่ว่าหลังจากกินยาประเภทนี้เข้าไปแล้ว มันก็จะกลายเป็นฤทธิ์ยาที่บริสุทธิ์แล้วพุ่งไปที่จุดตันเถียนโดยตรง เพราะฉะนั้นเธอก็มีการเตรียมพร้อมล่วงหน้าแล้วเหมือนกัน รอต้อนรับฤทธิ์ยาที่ซัดสาดในตัวยา
แต่ว่าสิ่งที่ทำให้เธอคิดไม่ถึงคือฤทธิ์ยาที่อยู่ในยาเม็ดนี้ อยู่เหนือยาช่วยหัวใจที่เธอเคยกินในอดีตมาก ๆ
สามารถใช้คำว่าเชี่ยวกรากมาอุปมาฤทธิ์ยานั่นได้เลย มันทะลุผ่านเข้าไปในเส้นลมปราณพิเศษ 8 เส้นของเธอ แล้วพุ่งไปรวมตัวกันที่จุดตันเถียนอย่างบ้าคลั่ง
แต่ปัจจุบันหญิงสาวที่เพิ่งจะอายุ 20 ต้น ๆ คนนี้ กลับก้าวเข้าสู่ลำดับนักบู๊เจ็ดดาวอย่างเป็นทางการ สร้างสถิติใหม่ให้กับตระกูลเหอ ตลอดจนตระกูลศิลปะต่อสู้ของทั้งประเทศ
แต่ทว่าตอนนี้ภายในร่างกายซูรั่วหลียังมีฤทธิ์ยาจำนวนมากกำลังพุ่งไปยังเส้นลมปราณพิเศษทั้ง 8 เส้นอย่างไม่หยุดหย่อน!
และเส้นลมปราณพิเศษของซูรั่วหลีทะลุถึงกัน 7 เส้นแล้ว เห็นได้ชัดเจนเลยว่าก็ยังไม่สามารถแบกรับกับฤทธิ์ยาที่แข็งแกร่งนี้ได้อยู่ดี และฤทธิ์ยาก็กำลังพุ่งตรงไปยังเส้นลมปราณพิเศษที่ 8 ของซูรั่วหลีอย่างรวดเร็ว
ด้วยเหตุนี้เย่เฉินจึงค้นพบอย่างตะลึงว่า ภายใต้การซัดสาดของฤทธิ์ยาที่มากมายมหาศาล เส้นลมปราณพิเศษที่ 8 ของซูรั่วหลีก็มีท่าทีที่คลายตัวลงแล้วเหมือนกัน!
เย่เฉินอุทานอย่างตะลึงในใจ: “หรือว่ายาเม็ดเดียวก็สามารถทำให้ซูรั่วหลียกระดับจากห้าดาวขึ้นไปถึงแปดดาวได้แล้ว?!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...