“กลายเป็นยอดฝีมือแดนมืด?”
ซูรั่วหลีรู้สึกตะลึงต่อคำพูดของเย่เฉินจนพูดอะไรไม่ออกแล้ว
เธอจึงถามเย่เฉินโดยสัญชาตญาณ: “คุณเย่คะ สติปัญญาของรั่วหลีไม่เฉลียวฉลาดแต่อย่างใด มีโอกาสกลายเป็นยอดฝีมือแดนมืดได้จริง ๆ เหรอคะ?”
“มี”เย่เฉินตอบกลับอย่างแน่วแน่: “การที่อยากกลายเป็นยอดฝีมือนั้น สติปัญญามันไม่สำคัญแต่อย่างใด สิ่งที่สำคัญคือสามารถจับองค์ประกอบ ๓ ปัจจัยแห่งความสำเร็จได้หรือไม่ ถึงแม้สติปัญญาของคนบางคนจะสูงมาก ๆ แต่ทั้งชีวิตกลับไม่มีทางฝึกถึงแดนสว่างชั้นสุดยอด เพราะฉะนั้นจึงยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการได้กลายเป็นยอดฝีมือแดนมืดเลย”
พอพูดจบ เย่เฉินก็มองหน้าซูรั่วหลีแล้วพูดอย่างจริงจังมาก ๆ ว่า: “เธอมีองค์ประกอบ ๓ ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการกลายเป็นยอดฝีมือแดนมืด ขอแค่เธอสามารถพยายามอย่างตั้งใจ ทำให้ผลการฝึกฝนในปัจจุบันแข็งแรงมั่นคง อนาคตต้องกลายเป็นยอดฝีมือแดนมืดได้แน่นอน บางทีอีกสองสามเดือนข้างหน้า เธอก็อาจจะกลายเป็นยอดฝีมือแดนมืดแล้ว”
ซูรั่วหลีตื่นเต้นดีใจจนเบ้าตาแดงก่ำขึ้นมาในทันที ถึงขั้นน้ำตาคลอเบ้า
เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าสักวันตัวเองจะมีโอกาสได้กลายเป็นยอดฝีมือแดนมืด
สำหรับผู้เก่งกาจวิชาบู๊ส่วนมากแล้ว แดนมืดคือแดนสูงส่งที่ไม่มีวันเอื้อมถึง
ถ้าเกิดไม่มีวิชาบู๊ที่สมบูรณ์แบบหนึ่งชุด อย่าว่าแต่เข้าสู่แดนมืดเลย แม้แต่การได้กลายเป็นนักบู๊แปดดาวยังเป็นเรื่องเพ้อฝันเลย
ตระกูลศิลปะต่อสู้และพรรคสำนักส่วนมาก อาศัยวิชาบู๊ที่ไม่สมบูรณ์ครบถ้วนฝึกฝนมาเป็นสิบ ๆ รุ่น แม้แต่นักบู๊ห้าดาวคนหนึ่งยังบ่มเพาะออกมาไม่ได้เลย ซึ่งก่อนหน้านี้ตระกูลเหอก็เป็นอย่างนี้นี่แหละ
เพราะฉะนั้นความยากในการบ่มเพาะนักบู๊แดนมืดคนหนึ่งออกมานั้น มันก็ไม่ต่างอะไรจากการเดินขึ้นสวรรค์เลย
สำหรับเย่เฉินแล้ว ถึงแม้ว่านพั่วจวินที่อยู่ใต้บังคับบัญชา รวมไปถึงอาจารย์ของว่านพั่วจวิน ชิวจื้อหยวนต่างก้าวเข้าสู่แดนมืดแล้ว แต่ทว่ามันยังไม่เพียงพอมาก ๆ
นอกเหนือจากนี้แล้ว แม้นทูตวิสามัญต้วนลี่เย่และขุนพลหัวเมืองหนี่เจิ้นหยูดั้งเดิมขององค์กรพั่วชิงก็เป็นยอดฝีมือแดนมืดเหมือนกัน แต่เย่เฉินกลับมองพวกเขาเป็นคนของตัวเองไม่ได้
เพราะฉะนั้นเย่เฉินจึงให้ต้วนลี่เย่กลับไปเป็นทูตวิสามัญของเขาที่ตุรกีต่อ ส่วนหนี่เจิ้นหยูนั้นกลับถูกเขาจัดแจงให้อยู่ข้างกายอาจารย์ของว่านพั่วจวิน ชิวจื้อหยวน
อนาคตถ้าเกิดตัวเองจะปะทะกับองค์กรพั่วชิงโดยตรง งั้นกองกำลังในบังคับบัญชาของเขาต้องมียอดฝีมือแดนมืด 20 ถึง 30 คน ถึงจะมีโอกาสชนะฝ่ายตรงข้ามได้
การที่จะบ่มเพาะยอดฝีมือแดนมืดออกมาเป็นจำนวนมากนั้น ยาจำนวนมากเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้อยู่แล้ว และเตายาที่อยู่ตรงหน้านี้ก็สามารถช่วยให้เย่เฉินลงแรงน้อยได้ดอกผลมากพอดี

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...