เย่เฉินวางแผนที่จะบ่มเพาะให้ซูรั่วหลีกลายเป็นยอดฝีมือแดนมืดคนที่สามก่อน จากนั้นค่อยใช้เส้นสายเลือกนักบู๊ที่มีศักยภาพออกมาจากสำนักว่านหลง ตระกูลเหอรวมไปถึงตระกูลศิลปะต่อสู้อื่น ๆ หนึ่งกลุ่ม แล้วบ่มเพาะยอดฝีมือแดนมืดออกมาอย่างไม่ขาดสาย
เพราะฉะนั้น เย่เฉินรู้สึกว่าตัวเองก็สามารถเลือกสถานที่ที่เหมาะสมเช่นกัน แล้วจัดตั้งองค์กรที่เป็นทำนองเดียวกันกับค่ายฮูเบน ต่อไปก็บ่มเพาะยอดฝีมือแดนมืดจากองค์กรนี้โดยเฉพาะ
เมื่อเห็นว่าเวลาเริ่มสายแล้ว เย่เฉินจึงพูดกับซูรั่วหลีว่า: “รั่วหลี เธอกลับไปเตรียมเรื่องงานแต่งต่อก่อนเถอะ ตอนนี้คนในตระกูลเหอไม่มีใครสามารถมองผลการฝึกฝนของเธอออกแล้ว เรื่องที่บรรลุเป็นนักบู๊แปดดาว เธอก็อย่าเพิ่งบอกกับคนอื่นนะ”
ซูรั่วหลีตอบกลับอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องหยุดคิด: “คุณเย่ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ รั่วหลีจะไม่บอกใครแน่นอน”
เย่เฉินพูดอีกว่า: “เดี๋ยววันสองวันนี้ฉันจะให้เหล่าเฉินซื้อคฤหาสน์ทั้งหมดของที่นี่กลับคืนมาใหม่ แล้วปรับเปลี่ยนทั้งโรงแรมช็องเซลีให้กลายเป็นคลับส่วนตัว ต่อไปก็จะไม่ให้คนนอกมาใช้บริการแล้ว ถึงตอนนั้นฉันจะเหลือคฤหาสน์ของที่นี่ไว้ให้เธอหนึ่งหลัง รองานแต่งเสร็จสิ้นแล้ว ฉันจะติดต่อหาเธอ เธอค่อยมาตั้งใจเก็บตัวฝึกฝนที่นี่”
ซูรั่วหลีจึงรีบถาม: “คุณเย่ ทำไมถึงต้องปรับเปลี่ยนโรงแรมน้ำพุร้อนที่กว้างใหญ่ขนาดนี้ให้กลายเป็นคลับส่วนตัวล่ะคะ?”
เย่เฉินตอบกลับ: “บอกว่าเป็นคลับส่วนตัว จริง ๆ แล้วมันเป็นแค่หน้าฉาก ถึงตอนนั้นคนนอกจะไม่สามารถเข้ามาที่นี่ได้โดยสิ้นเชิง ฉันเห็นว่าทิวทัศน์ของที่นี่ก็งดงามจับตาเหมือนกัน เลยวางแผนที่จะปรับเปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นสถานที่ชั้นเลิศในการเก็บตัวฝึกฝนโดยเฉพาะน่ะ”
ซูรั่วหลีถามอย่างตะลึง: “คุณเย่คะ หรือว่าคุณจะบ่มเพาะผู้เก่งกาจวิชาบู๊ที่นี่?”
“ถูกต้อง”เย่เฉินก็ไม่ได้ปิดบังเช่นกัน พยักหน้าอย่างเด็ดเดี่ยวมาก ๆ แล้วตอบกลับ: “ถ้าจะต่อกรกับองค์กรพั่วชิง เรายังต้องการผู้เก่งกาจวิชาบู๊อย่างเธออีกเยอะมาก ต่อไปฉันจะทยอยปรับเปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นฐานลับที่ใช้บ่มเพาะยอดฝีมือ ถึงตอนนั้นเธอก็จะเป็นศิษย์พี่ใหญ่ของที่นี่”
ซูรั่วหลีถามอย่างรู้สึกสงสัย: “คุณเย่ รั่วหลีมีคำถามหนึ่งอยากถามคุณหน่อยค่ะ……”
……
ระหว่างทางที่ขับรถย้อนกลับไปยังเมืองจินหลิง เพื่อเป็นการวางแผนก่อสร้างค่ายฮูเบน เย่เฉินจึงกดโทรหาว่านพั่วจวิน
หลังจากกดรับสาย ว่านพั่วจวินก็เอ่ยปากถามอย่างเคารพนอบน้อม: “คุณเย่ คุณโทรหาผมเพราะมีคำสั่งอะไรหรือเปล่าครับ?”
เย่เฉินเอ่ยปากตอบกลับ: “พั่วจวิน ฉันอยากก่อสร้างศูนย์ฝึกระดับความลับขั้นสูงไว้ในเขตฐานของสำนักว่านหลง ช่วงนี้นายช่วยฉันจัดการหน่อยนะ”
ว่านพั่วจวินรีบถาม: “คุณเย่ คุณต้องการศูนย์ฝึกแบบไหนครับ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...