หลิวม่านฉงตอบ“เดิมทีว่าจะชวนเสี่ยวหว่านไปกินข้าวด้วย แต่เหมือนเธอจะไม่ค่อยสบาย บอกว่าปวดหัว นอนพักที่หออยู่นานก็ไม่ดีขึ้น ฉันก็เลยให้พี่เสียนพาเธอกลับ”
พูดจบ หลิวม่านฉงก็พูดอธิบาย“เอ่อนี่ พี่เสียนเป็นแม่บ้านในเมืองจินหลิงของคุณปู่ชิว เสี่ยวหว่านพักอยู่ที่โฮมสเตย์จื่อจินของคุณปู่ชิว เรื่องในชีวิตประจำวันมีพี่เสียนคอยดูแล”
เย่เฉินได้ยินคำนี้ก็ผงะเล็กน้อย และเพิ่งจะมารู้สึกตัว ที่หลินหว่านเอ๋อร์ปวดหัว อาจเพราะในตอนเที่ยง ตัวเองนั้นส่งปราณทิพย์ไปที่หัวสมองของเธอมากไป และยังทำจุดสังเกตทางจิตวิทยามากเกินไป
และที่ใช้ยาแรงแบบนี้ นั่นก็เพราะเย่เฉินเห็นว่าเธอนั้นดูแปลกประหลาดอย่างมาก กลัวว่าเธอจะมีความผิดปรกติอะไร
มาคิดๆดูในตอนนี้ เด็กสาวอายุสิบแปดคนหนึ่ง หัวสมองได้รับปราณทิพย์มากมายขนาดนั้น สำหรับร่างกายของเธอแล้วย่อมต้องสร้างความเสียหายไม่น้อย อาการปวดหัวและไม่สบายนั้นจะยังเป็นไปอีกระยะเวลาหนึ่ง
ชั่วขณะหนึ่งเย่เฉินก็รู้สึกผิดเล็กน้อย รู้สึกว่าที่ตัวเองได้พบกับหลินหว่านเอ๋อร์นั้น เหมือนจะมีปฏิกิริยาที่มากเกินไป ก็จึงลงมือหนักไปหน่อย
แต่โชคดีที่สถานการณ์แบบนี้จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆกับเธอ หากมีอาการปวดหัวที่รุนแรง ก็พักผ่อนสักระยะเวลาหนึ่งก็จะดีขึ้น
……
ในเวลาเดียวกัน
ที่โฮมสเตย์จื่อจิน
หลินหว่านเอ๋อร์ที่ใบหน้าซีดเซียว ก็เพิ่งจะลืมตาขึ้นมา
พี่เสียนที่เฝ้าดูแลอยู่ข้างๆรีบเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“คุณหลิน รู้สึกยังไงบ้างคะ?”
หลินหว่านเอ๋อร์รู้สึกเพียงวิงเวียนศีรษะ อาการคลื่นไส้พะอืดพะอมปั่นป่วนไปทั้งท้องไส้ของเธอ
“ดี……”หลินหว่านเอ๋อร์พยักหน้าให้อย่างอ่อนแรง และพูดว่า“ตอนเที่ยงหลังจากที่ขึ้นรถมา ฉันก็แทบจะหมดสติแล้ว รบกวนพี่เสียนแล้วจริงๆ”
พี่เสียนพูดด้วยความเคารพ“คุณหลินเกรงใจไปแล้ว……”
พูดจบ เธอถามหลินหว่านเอ๋อร์“คุณหลิน คุณไม่ได้กินอะไรมาตลอดทั้งวัน ให้ฉันหาอะไรมาให้ทานดีไหมคะ?”
“ดี……”หลินหว่านเอ๋อร์รู้สึกว่าท้องของเธอนั้นว่างเปล่าจริงๆ คนทั้งคนนอกจากปวดหัวแล้ว ก็ยังมีอาการใจสั่นและอ่อนแรงเพราะความหิว ก็จึงพูดว่า“รบกวนพี่เสียนช่วยเติมน้ำในบ่อน้ำพุร้อนที่สวนให้ด้วย หลังจากที่กินเสร็จแล้ว ฉันอยากจะไปแช่สักหน่อย ”
“ได้ค่ะคุณหลิน”พี่เสียนตอบรับอย่างสุภาพและพูดว่า“อย่างนั้นคุณหลินพักผ่อนก่อน ฉันจะไปเตรียมอาหารค่ำและน้ำพุร้อนให้คุณคะ”
พี่เสียนพูดจบ ก็โค้งคำนับให้แล้วจากไป เหลือไว้เพียงหลินหว่านเอ๋อร์ที่พิงหัวเตียงด้วยอาการไม่รู้สึกตัว นึกไปถึงเหตุการณ์ในตอนเที่ยงที่ถูกเย่เฉินหยั่งเชิง หลินหว่านเอ๋อร์ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มเจื่อน แล้วพูดพึมพำลำพัง“เย่เฉิน ไม่รู้ว่าวันนี้ ฉันผ่านด่านการทดสอบของคุณแล้วหรือเปล่า ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...