เมื่อหลิวม่านฉงเห็นเย่เฉินยืนนิ่งอยู่ที่ประตู ก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า“คุณเย่ คุณเป็นอะไรไป?”
เย่เฉินได้สติ ยกยิ้มให้“โอ้ ผมกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ ขอโทษที”
ในตอนนี้ พนักงานเดินเข้ามาทักทาย เอ่ยพูดว่า“ทั้งสองท่านเชิญด้านในค่ะ ”
เย่เฉินพยักหน้ารับ ในตอนที่เดินตามพนักงานเข้าไปนั้น ก็มองไปยังกระดิ่งที่แขวนอยู่ตรงหน้าประตูบานเลื่อนอย่างไม่ตั้งใจ ในใจได้เกิดแรงบันดาลใจหนึ่งขึ้นมา
หากในอนาคตองค์กรพั่วชิงส่งท่านเอิร์ลมาที่เมืองจินหลิงจริง อย่างนั้นตัวเองก็จะต้องทำ“กระดิ่ง”สักอันไว้เพื่อจะได้คอยเตือนตัวเอง
หลังจากที่นั่งลงกับที่พร้อมหลิวม่านฉงแล้ว เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วกดส่งข้อความไปหาจางเอ้อเหมาที่ขายของเก่าอยู่ในตลาดของโบราณ ให้เขาพรุ่งนี้เที่ยง มาเจอตัวเองที่คฤหาสน์กลางเขาของช็องเซลีเซียนสปา
ก่อนหน้านั้นจางเอ้อเหมาได้เริ่มติดตามหงห้าและคอยเป็นกุนซือสมองสุนัขอยู่ข้างๆ และก็ยังทำได้อย่างคล่องแคล่วและราบรื่น ช่วยหงห้าจัดระเบียบธุรกิจและกองกำลังให้เข้าร่องเข้ารอย รายรับกับการจัดการก็ดีขึ้นอย่างมาก
ในตอนนี้ เวลาส่วนใหญ่ของหงห้าก็อยู่ที่ช็องเซลีเซียน งานการทั่วไปส่วนใหญ่ ก็ได้ยกให้จางเอ้อเหมาดูแลจัดการ
แรงบันดาลใจของเย่เฉินที่ผุดขึ้นเมื่อครู่ ต้องการให้จางเอ้อเหมามาช่วยตัวเองทำมันให้สำเร็จ
ในตอนนี้ หลิวม่านฉงที่อยู่ตรงหน้าเย่เฉินก็ยังคงขัดเขินและสงวนท่าทีอยู่ด้วยเล็กน้อย
หลังจากที่สั่งอาหารไปแล้วบางส่วน เธอก็เป็นฝ่ายเอ่ยพูดกับเย่เฉิน“คุณเย่ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ……เรื่องที่ฉันมาเมืองจินหลิง น่าจะบอกคุณล่วงหน้าก่อน……”
เย่เฉินมองเห็นถึงความลำบากใจและความรู้สึกผิดที่มีของเธอ ก็จึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า“หากบอกก่อนล่วงหน้าก็ไม่เซอร์ไพรส์แบบนี้นะสิ?”
เย่เฉินยกยิ้มเล็กน้อย จากนั้นก็ทำราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เอ่ยถามว่า“จริงสิ หลินเสี่ยวหว่านที่เจอเมื่อตอนเที่ยงในหอพักคนนั้นเธอเป็นอะไรกับคุณเหรอ?พวกคุณรู้จักกันได้ยังไง ?”
หลิวม่านฉงพูดไปตามความจริง“เสี่ยวหว่านเป็นหลานสาวเพื่อนสนิทของคุณปู่ฉัน เธอเป็นคนมาเลเซียเชื้อสายจีน ปีนี้มาเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยจินหลิง”
พูดจบ หลิวม่านฉงก็ถาม“เอ่อคือ ฉันได้ยินเสี่ยวหว่านบอกว่า คุณรู้จักกับเพื่อนร่วมห้องคนใหม่ของเธอด้วย ?”
“ใช่”เย่เฉินพยักหน้าและพูดว่า“น้องสาวของผมคนหนึ่งวันนี้บังเอิญมาเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยจินหลิงเหมือนกัน ไม่คิดว่าพวกเธอสองคนจะได้อยู่หอเดียวกัน และเรียนสาขาวิชาเดียวกันด้วย ”
“ช่างบังเอิญจริงๆ!”หลิวม่านฉงอุทานออกมา“เดิมทีฉันคิดว่ารอให้ฉันได้ปรับตัวเข้าที่กับการอยู่ที่มหาวิทยาลัยจินหลิงแล้ว ค่อยหาโอกาสบอกคุณ ว่าฉันมาเมืองจินหลิงแล้ว แต่ไม่คิดว่าวันนี้ไปหาเสี่ยวหว่านที่หอ ก็มาเจอคุณได้ มันช่าง……ช่างเป็นโชคชะตาจริงๆ……”
“ใช่ไหม……”เย่เฉินหัวเราะ แล้วถามเธออย่างสงสัยว่า“เอ่อนี่ ตอนเที่ยงหลังจากที่ผมไปแล้วพวกคุณทำอะไรกัน?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...