เมื่อเห็นซ่งหวั่นถิง อานโฉงชิวก็ยิ้มให้อย่างสุภาพและพูดว่า“สวัสดีครับคุณซ่ง เจอกันอีกแล้ว ต้องขอขอบคุณที่สละเวลาเจอผม ”
ซ่งหวั่นถิงพูดด้วยรอยยิ้ม “เกรงใจไปแล้วค่ะ ”
พูดจบ เธอก็เชิญอานโฉงชิวให้นั่งลงที่ตรงโซฟา ส่วนตัวเองนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับอานโฉงชิว เอ่ยถามอย่างประหลาดใจ“ไม่ทราบว่าที่คุณอานมาพบฉันครั้งนี้ มีธุระอะไรคะ?”
อานโฉงชิวรีบพูดตอบ“คืออย่างนี้ครับคุณซ่ง ในงานประมูลยาอายุวัฒนะครั้งก่อน ผมมีความเกินเลยไปจริงๆ ละเมิดกฎการประมูล ดังนั้นก็จึงรู้สึกละอายใจเล็กน้อย ที่มาวันนี้ ก็ อยากจะขอโทษคุณ กับผู้อยู่เบื้องหลังเจ้าของยาอายุวัฒนะคนนั้นครับ ”
ซ่งหวั่นถิงยกยิ้ม และพูดว่า“คุณอานไม่จำเป็นต้องเดินทางมาเพื่อขอโทษกับเรื่องนี้เลย เรื่องราวในครั้งนั้น ทางงานประมูลก็ได้ตำหนิและลงโทษกับพฤติกรรมของคุณไปแล้ว คุณได้ชดใช้ให้กับการกระทำนั้นของคุณแล้ว ดังนั้นก็จึงไม่จำเป็นต้องมาเพื่อขอโทษกับเรื่องนั้นอีก”
อานโฉงชิวแอบตบปากตัวเอง ไม่คิดว่าซ่งหวั่นถิงจะรับมือยากอย่างนี้ ที่ตัวเองเป็นฝ่ายเอ่ยขอโทษก็เพื่ออยากจะแสดงให้เห็นว่ายอมที่จะอ่อนข้อให้แล้ว แต่เธอกลับไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองได้ก้มหัวเลย
อันที่จริง ในใจของซ่งหวั่นถิงนั้นก็เคารพนับถืออานโฉงชิวอยู่มาก
ความเคารพนับถือนี้ ไม่เกี่ยวอะไรกับสถานะลูกชายคนโตของตระกูลอานเลยแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะเขาเป็นน้าชายใหญ่ของเย่เฉิน
สำหรับเย่เฉิน ซ่งหวั่นถิงรู้สึกไม่มีอะไรจะตอบแทนได้มานานแล้ว กับญาติผู้ใหญ่ของเย่เฉิน ก็ย่อมจะยิ่งต้องเคารพนับถือ
แต่ปัญหาคือ เย่เฉินในตอนนี้ยังไม่คิดจะทำความรู้จักกับคนของตระกูลอาน ดังนั้นซ่งหวั่นถิงก็จึงไม่กล้าที่จะแสดงความนับถือใดๆกับอานโฉงชิว เพราะเรื่องเมื่อครั้งในงานประมูล อานโฉงชิวก็มาหาถึงที่แล้วยังยอมที่จะก้มหัวให้ หากเธอมีท่าทีสุภาพเรียบร้อยกับเขา เขาจะต้องสังเกตเห็นความผิดปกติอย่างแน่นอน
อานโฉงชิวในตอนนี้ก็ไม่กล้าที่จะโมโหหรือไม่พอใจใดๆ ทำเพียงยิ้มกลบเกลื่อน แล้วพูดอย่างระมัดระวัง“คุณซ่ง พูดตามตรง ผมรู้สึกเคารพเลื่อมใส เจ้าของยาอายุวัฒนะเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านั้นที่ในงานประมูลเพราะพ่อของผมป่วยหนัก จึงต้องการยาดีเพื่อมารักษา ดังนั้นเพราะความร้อนใจก็จึงเสียมารยาทไป หวังว่าคุณซ่งจะช่วยผมอธิบายกับเขาได้ เพื่อขอการอภัยจากเขา”
ซ่งหวั่นถิงยิ้มและพูดว่า“คุณอานคิดมากไปแล้ว ในวันนั้นสิ่งที่คุณทำคือผิดกฎของการประมูล กับตัวเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลย ตรรกะนี้เป็นเหมือนกับกฎจราจรที่มีฝ่ายควบคุมกำหนด เมื่อคุณขับรถไปชนใครเข้า ก็ไม่จำเป็นต้องขอโทษฝ่ายควบคุมการจราจร และไม่จำเป็นต้องได้รับการให้อภัยจากฝ่ายควบคุมการจราจร”
อานโฉงชิวรู้สึกเหมือนเป็นถูกบอลที่ถูกเตะกลับเข้าไปที่จุดเดิมซ้ำๆ
และก็เป็นอีกครั้ง ที่เขารวบรวมความกล้า เอ่ยพูดขึ้นว่า“คุณซ่ง ผมขอพูดตามตรงเลยแล้วกัน ผมมีบางเรื่อง ที่อยากได้รับการยืนยันซึ่งๆหน้าจากเจ้าของยาอายุวัฒนะนี้ หวังว่าคุณจะช่วยแนะนำด้วย ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ ตระกูลอานก็จะจดจำความมีน้ำใจนี้ของคุณซ่งเอาไว้!”
พูดจบ เขาก็พูดด้วยใบหน้าที่อ้อนวอนว่า“คุณซ่งต้องมีข้อมูลการติดต่อของคุณเขาเป็นแน่ ผมไม่ขอช่องทางการติดต่อของเขาจากคุณ แต่ขอแค่คุณช่วยยืนยันคำตอบกับผมเท่านั้น……”
ซ่งหวั่นถิงยกยิ้มเล็กน้อย พยักหน้ารับเบาๆ จากนั้นเธอก็มองไปที่อานโฉงชิว แล้วพูดอย่างน่าตื่นตกใจว่า“คุณอานกำลังพูดถึงเหตุการณ์ที่ตระกูลอานกับพล.ต.ท.หลี่ต้องพบเจอมาก่อนหน้านั้นที่ในนครนิวยอร์ก และได้รับการช่วยเหลือเอาไว้ใช่ไหมคะ?”
ฉับพลันสีหน้าของอานโฉงชิวก็ตื่นตะลึง !
เรื่องที่ตระกูลอานประสบกับภัยอันตรายนั้น ไม่เคยได้เปิดเผยกับโลกภายนอกมาก่อน ดังนั้นจนในตอนนี้ก็ไม่มีใครที่ไหนรู้เรื่อง
และเมื่อครู่ที่ตัวเองเอ่ยพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ก็ไม่ได้พูดถึงเบาะแสใดๆที่มี ไม่ได้พูดถึงนครนิวยอร์ก และยิ่งไม่ได้พูดถึงสาเหตุของเรื่อง
แต่ซ่งหวั่นถิงกลับพูดถึงนครนิวยอร์กได้อย่างถูกต้อง อีกทั้งก็ยังได้เอ่ยพูดถึงชื่อของหลี่ญ่าหลินด้วย นี่แสดงให้เห็นว่า เรื่องที่เกิดขึ้นกับตระกูลอานในนครนิวยอร์กวันนั้นเธอรู้มันเป็นอย่างดี
ดังนั้น เขาก็จึงถามเธอกลับในทันที “คุณซ่ง คุณรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...