แต่เขาไม่คิดว่า ความคิดนี้ของตัวเอง กับซ่งหวั่นถิงแล้วจะเป็นอุปสรรคไปได้
หลังจากที่ซ่งหวั่นถิงให้ผู้ช่วยปฏิเสธอานโฉงชิว ก็หยุดการประชุมลงชั่วคราวในทันที กลับไปที่ห้องประชุมแล้วกดโทรหาเย่เฉิน พูดอย่างนบนอบในสายว่า“อาจารย์เย่ น้าชายใหญ่ของคุณโทรมาอีกแล้ว บอกว่าอยากจะเข้ามาเยี่ยมซ่งซื่อกรุ๊ป คุณว่าฉันควรต้องเจอเขาไหมคะ?”
เย่เฉินกล่าว“จะเจอก็ได้ แต่หากพวกเขาถามถึงเรื่องของฉันขึ้นมา เธอก็บอกพวกเขาไปว่า หลังจากงานประมูลเมื่อครั้งที่แล้ว ฉันก็ไม่ได้อยู่ที่เมืองจินหลิงแล้ว ส่วนจะไปที่ไหนนั้น เธอเองก็ไม่รู้ ”
ซ่งหวั่นถิงรีบพูดขึ้นว่า“อาจารย์เย่ หากคุณยังไม่อยากให้เปิดเผยเบาะแสใดๆ หวั่นถิงก็จะยังไม่พบกับน้าชายใหญ่ของคุณ ฉันกลัวว่าหากเจอกันแล้ว ได้พูดคุยกัน เกิดมีอาการหรือท่าทีใดๆที่ควบคุมได้ไม่ดีพอ แล้วจะเกิดเป็นพิรุธขึ้นมาให้เขาจับสังเกตได้ ”
เย่เฉินยิ้มและพูดว่า“หวั่นถิงนี่เธอเลอะเลือนไปแล้วหรือไง ยังไงน้าชายใหญ่ของฉันเขาก็เป็นคุณชายของตระกูลอาน ที่เขามาเจอเธอในครั้งนี้ ก็ย่อมต้องพกความจริงใจมาเต็มที่ ไม่แน่อาจจะให้โอกาสในการพัฒนาใหม่ๆกับตระกูลซ่งด้วย เธออย่าพลาดโอกาสที่ดีนี้เชียว ”
ซ่งหวั่นถิงพูดอย่างจริงจัง “อาจารย์เย่ ฉันกลัวว่าจะไปทำงานใหญ่ของคุณพังได้ ดังนั้นก็จึงอยากจะเว้นระยะห่างกับตระกูลอานสักหน่อย……”
เย่เฉินยิ้มและพูดว่า“เรื่องพวกนี้เธอไม่ต้องเก็บเอาไปคิด เมื่อเธอเจอกับน้าชายใหญ่ของฉันแล้ว ต่อหน้าเขาก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ต่อให้เขาจะรู้ว่าเธอปิดบังอะไรอยู่ ก็ไม่กล้าที่จะบีบบังคับให้เธอพูดความจริงออกมา นอกจากนี้ ต่อให้เธอจะไม่พูดอะไรเลย ผลประโยชน์ที่เขาได้เตรียมเอาไว้ให้กับเธอ ก็ยังจะต้องให้เธออย่างแน่นอน”
พูดจบ เย่เฉินก็พูดต่อ“เมื่อก่อนตระกูลอานแทบไม่เคยจะขยายอาณาเขตธุรกิจในประเทศเลย ครั้งนี้มาเมืองจินหลิง ในอนาคตอาจจะให้ความสำคัญสูงสุดกับที่ในประเทศนี้ และในสายตาของพวกเขา เธอก็เป็นเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถจะสร้างสายสัมพันธ์กับฉันได้ พวกเขาจะต้องพยายามอย่างเต็มที่ที่จะผูกมิตรกับเธอ ตระกูลซ่งหากอยากจะฉกฉวยโอกาสนี้ ผูกมัดกับพวกเขา ในอนาคตจะต้องมีโอกาสในการพัฒนาอย่างรวดเร็วได้แน่นอน โอกาสดีๆแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆนะ”
ซ่งหวั่นถิงรู้ว่าเย่เฉินกำลังหวังดีกับตัวเอง ก็จึงพูดอย่างขอบคุณว่า“ฉันเข้าใจแล้วค่ะอาจารย์เย่ งั้นฉันจะรับนัดน้าชายใหญ่ของคุณ !”
เย่เฉินตอบอืมกลับมาคำหนึ่ง แล้วพูดว่า“เอ่อนี่ เธอสามารถจะเปิดเผยข้อความหนึ่งกับเขาในเวลาที่เหมาะสมได้”
ซ่งหวั่นถิงรีบถามกลับ “ข้อความอะไรคะ?”
เย่เฉินยกยิ้มเล็กน้อย และพูดว่า“บอกว่าฉันฝากมาบอก บอกกับพวกเขา เรื่องที่ในนครนิวยอร์กเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ให้พวกเขาไม่ต้องเก็บเอามาใส่ใจ”
ซ่งหวั่นถิงไม่รู้ว่าที่นครนิวยอร์กนั้นเกิดอะไรขึ้น เมื่อได้ยินเย่เฉินพูดมาแบบนี้ เธอก็ไม่ได้ถามมากอะไร พูดด้วยความเคารพว่า“ได้ค่ะอาจารย์เย่ เมื่อเจอน้าชายใหญ่คุณแล้ว ฉันจะหาจังหวะที่เหมาะสมบอกสิ่งนี้กับเขา ”
เย่เฉินพูดเตือน“จำไว้ว่าต้องพูดก่อนที่เขาจะเสนอเงื่อนไขมา เป็นไปได้ก็ให้พูดกับเขาในตอนที่เขาถามไถ่ถึงเรื่องราวของฉัน หลังจากที่เธอพูดคำนี้กับเขา ไม่ว่าเขาจะเตรียมอะไรไว้ให้เธอ จะต้องเพิ่มขึ้นเป็นอีกสองเท่าอย่างแน่นอน !”
ในสาย ผู้ช่วยของซ่งหวั่นถิงพูดกับเขาว่า “คุณอาน หกโมงเย็นของวันนี้ ประธานซ่งของเราพอจะมีเวลายี่สิบนาทีเพื่อพบคุณ คุณดูสิว่าเวลานี้คุณยังจะรับนัดไหมคะ ?”
อานโฉงชิวในฐานะลูกชายคนโตของตระกูลอาน ไม่ว่าเขาจะไปพบกับเจ้าของบริษัทไหน อีกฝ่ายไม่มีทางได้มากำหนดเวลาให้เขาอย่างแน่นอน อีกทั้งก็ยังให้เวลาพบกันแค่ยี่สิบนาที ซ่งหวั่นถิงเรียกว่าเป็นคนแรกเลยก็ว่าได้
ทว่า อานโฉงชิวในตอนนี้ไม่ได้รู้สึกไม่พอใจเลยแต่อย่างใด กลับพูดอย่างยินดีว่า “ไม่มีปัญหา นัดให้ผมเลย ก่อนหกโมงเย็นผมไปถึงที่ซ่งซื่อกรุ๊ปแน่นอน !”
ตอนเย็นเวลาห้าโมงครึ่ง อานโฉงชิวก็ได้รีบมุ่งตรงไปยังซ่งซื่อกรุ๊ป นั่งรออยู่ที่ห้องรับรองกว่าครึ่งชั่วโมง ผู้ช่วยของซ่งหวั่นถิงก็จึงเดินมาหา แล้วพูดกับเขาว่า“สวัสดีค่ะคุณอาน เข้าพบคุณซ่งได้แล้วค่ะ เชิญทางนี้ค่ะ”
อานโฉงชิวรีบลุกขึ้นยืน แล้วพูดว่า“รบกวนแล้ว!”
ผู้ช่วยพาอานโฉงชิวมาถึงที่ห้องทำงานของซ่งหวั่นถิง แล้วพูดกับซ่งหวั่นถิงว่า“ประธานซ่ง คุณอานโฉงชิวมาแล้วค่ะ”
ซ่งหวั่นถิงเงยหน้าขึ้น มองไปยังอานโฉงชิว พูดด้วยรอยยิ้มว่า“คุณอาน เจอกันอีกแล้วนะคะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...