ในตอนที่เย่เฉินเริ่มเตรียมการวางแผนล่วงหน้านั้น ก็มีทั้งน้าชายรองของเย่เฉิน น้าชายเล็กและน้าสาวสมาชิกคนอื่นๆของตระกูลอาน ต่างก็ได้ทยอยกันมาถึงที่โฮมสเตย์ว่านหลิ่ว
ตั้งแต่ที่ตระกูลอานได้เริ่มทำการบันทึกวิดีโอในทุกๆวันสำหรับคุณท่านอานฉี่ซานแล้ว พวกเขาก็พบว่า ความทรงจำของคุณท่านนั้น นับตั้งแต่ที่มาถึงเมืองจินหลิง และเข้าพักที่โฮมสเตย์ว่านหลิ่วแล้ว ก็เห็นผลของการเปลี่ยนแปลงในทันที
เมื่อก่อน ความจำของคุณท่านนั้นก็มีแต่จะถดถอยลงไปเรื่อยๆ เรื่องที่เพิ่งจะเกิดขึ้น หรือแม้กระทั่งเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนนอน พอตื่นขึ้นมาก็จำอะไรไม่ได้เลยทั้งสิ้น
แต่ว่า หลังจากที่เข้าพักในโฮมสเตย์ว่านหลิ่วไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ เรื่องที่คุณท่านเคยได้ประสบพบเจอมากับตัวเองก็จำมันได้เกือบทั้งหมด เมื่อเทียบกับเนื้อหาที่บันทึกไว้ในวิดีโอแล้วก็พบว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน คุณท่านก็สามารถจะจำมันได้มากถึงแปดหรือเก้าในสิบส่วน
การเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้คนในตระกูลอานนั้นดีใจกันมาก
อีกทั้ง ทุกคนต่างก็พักอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ใจกลางเมือง แต่หลังจากที่พวกเขาเข้ามาพักอาศัยที่นี่ ก็รู้สึกถึงความสดชื่นและเต็มไปด้วยพลัง สิ่งนี้ยิ่งทำให้พวกเขาต่างก็ยิ่งมั่นใจว่า สถานที่แห่งนี้เป็นดินแดนที่มีฮวงจุ้ยที่ล้ำค่าอย่างแท้จริง
ในสองวันนี้ คนของตระกูลอานได้เริ่มทยอยกระจายขอบเขตการตรวจสอบในเมืองจินหลิงแล้ว การทำงานของพวกเขานั้นมีประสิทธิภาพที่สูงมาก และพวกเขาได้เจาะเข้าไปในระบบกิจการพลเรือน ระบบช่วยเหลือสวัสดิการและเวชระเบียนของโรงพยาบาลใหญ่ๆ แต่ในทิศทางเหล่านี้ ก็ไม่พบข้อมูลใดๆที่เกี่ยวข้องกับเย่เฉินเลย
คนของตระกูลอานได้คิดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าเรื่องราวคงไม่ง่ายแบบนี้ ดังนั้นก็จึงไม่ได้ถอดใจ หลังจากที่จางเอ้อเหมาได้รับคำชี้แนะจากเย่เฉิน ก็เริ่มนำเครื่องมือทางธรรมสามชิ้นนั้นไปทำให้มีสภาพที่เก่าทรุดโทรม สองสามีภรรยาผู้อาวุโสของตระกูลอานก็ได้ตามลูกชายและลูกสาวหลายคนมา และยังตามหลี่ญ่าหลินมาด้วย ทุกคนต่างมานั่งประชุมกัน
เพราะความทรงจำในช่วงสองสามวันที่ผ่านมานั้นสมบูรณ์มาก อานฉี่ซานผู้เฉลียวฉลาดมากความสามารถก็จึงค่อยๆปะติดปะต่อเรื่องราว หลังจากที่เขาคิดวิเคราะห์เหตุการณ์ในตอนนี้อย่างละเอียดแล้ว แผนการที่ถูกกำหนดขึ้น ก็เป็นไปในสองแนวทาง
หนึ่ง คือให้อานข่ายเฟิงนำคนอื่นๆ ปูพรมค้นหาที่เมืองจินหลิงต่อ ค้นหาทุกเบาะแสที่อาจจะเกี่ยวข้องกับเย่เฉินทั้งหมด
และอีกทาง คือให้อานโฉงชิวติดต่อไปหาซ่งหวั่นถิง ดูว่าสามารถจะหาข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเจ้าของยาอายุวัฒนะได้หรือไม่
เพราะว่า ในสายตาของคนตระกูลอาน เจ้าของยาอายุวัฒนะนี้ น่าจะเป็นผู้มีพระคุณคนเดียวกันกับที่ได้ช่วยตระกูลอานที่สหรัฐอเมริกาในตอนนั้น หากสามารถจะหาผู้มีพระคุณที่ทรงพลังคนนี้ได้ ไม่เพียงจะมีโอกาสได้ตอบแทนบุญคุณเท่านั้น ยังสามารถจะขอให้ผู้มีพระคุณคนนี้ช่วยตามหาตัวเย่เฉินได้อีกด้วย
อานโฉงชิวไม่กล้าที่จะชักช้า รีบติดต่อไปหาซ่งซื่อกรุ๊ปในทันที หลังจากที่บอกสถานะตัวตนของตัวเองออกไป เอ่ยขออยากจะเข้าพบซ่งหวั่นถิง
เมื่อครั้งล่าสุดที่อานโฉงชิวขอเข้าพบซ่งหวั่นถิงนั้น ชื่อที่แจ้งไปก็ยังคงเป็นชื่อและตัวตนปลอมของฮั่วหย่วนเจิง
“ฉันรู้”ซ่งหวั่นถิงพยักหน้า และพูดเสียงเรียบ“รอให้ฉันทำงานเสร็จก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
ผู้ช่วยไม่มีทางเลือก ก็จึงพูดอย่างนบนอบว่า“ได้ค่ะประธานซ่ง อย่างนั้นฉันจะแจ้งกับพวกเขา ว่าขอรอคำตอบจากคุณ”
ซ่งหวั่นถิงโบกมือ แล้วสั่งกำชับ“คุณบอกพวกเขาไปตามตรง ว่าตอนนี้ฉันกำลังยุ่งอยู่ ให้พวกเขารอก่อน ”
“เอ่อ……ค่ะ……”ผู้ช่วยไม่รู้ว่าซ่งหวั่นถิงที่อ่อนน้อมถ่อมตนมาโดยตลอด ทำไมถึงไม่ไว้หน้าตระกูลอานแบบนี้ แต่ก็ทำตามคำสั่งของเธอ พูดตอบอานโฉงชิวไปตามความจริง
หลังจากที่จบงานประมูลยาอายุวัฒนะไปเมื่อครั้งล่าสุด อานโฉงชิวก็เคยมาเยี่ยมเยือนซ่งหวั่นถิง เพียงแค่ครั้งนั้น ซ่งหวั่นถิงไม่ได้เปิดเผยข้อมูลใดๆที่เกี่ยวกับยาอายุวัฒนะกับเขา
แต่ว่า ในมุมมองอานโฉงชิวแล้ว วันนี้ไม่ได้เป็นเหมือนกับเมื่อก่อนหน้านั้น
ในตอนนั้นตัวเองคิดแต่อยากจะได้ยาอายุวัฒนะ สุดท้ายก็ประมูลยาอายุวัฒนะมาไม่ได้ และยังไปย้อนเกล็ดของเจ้าของยาอายุวัฒนะอีก แต่หลังจากนั้นผู้มีพระคุณผู้ลึกลับก็ได้ช่วยครอบครัวของตระกูลอานเอาไว้ที่ในนครนิวยอร์ก อานโฉงชิวรู้สึกว่า หากเจ้าของยาอายุวัฒนะกับผู้มีพระคุณเป็นคนเดียวกัน อย่างนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นในนครนิวยอร์ก เขาก็อาจจะเปลี่ยนท่าทีกับตระกูลอานไปแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...