จางเอ้อเหมาพูดอย่างหมดหนทาง:“ท่าน ผมก็ทำงานให้เขา เขากำหนดราคาเท่าไหร่ ผมก็ต้องขายราคาเท่านั้น ถ้าท่านคิดว่าราคาสูงก็ไม่ต้องรีบ ยังไงก็มีของสิ่งนี้แล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้อชิ้นที่สองเลย”
ท่านเอิร์ลฉางเซิ่งยื่นไปมือไปตัดบทเขาทันที พูดอย่างเคร่งขรึมว่า:“ผมต้องการของอยู่แล้ว แค่คิดว่าตระกูลนี้กำหนดราคาไม่สมเหตุสมผลเลย ผมมีเงินนะ แต่ไม่พอใจเท่าไหร่”
จางเอ้อเหมาพยักหน้า ทำราวกับว่าเข้าใจคุณ เขาพูดอย่างจริงจัง:“พูดตามตรงนะท่าน ผมเข้าใจความรู้สึกคุณ แต่ขอบอกอะไรจากใจเลยนะ ของเก่าแก่แบบนี้ หายากและแพงอยู่แล้ว แหวนหยกปานจื่อคู่นี้ ทำออกมาทั้งหมดสองวง ถ้าคุณซื้อไปแล้ว เอาเก็บไว้วันข้างหน้าจะต้องเป็นของหายากแน่ ๆ ไม่แน่เอาไปขายอีกสองสามปี ราคาอาจจะสูงขึ้นอีกเท่าหนึ่งเลยก็ได้”
ท่านเอิร์ลฉางเซิ่งคิดในใจ:“ผมซื้อเครื่องมือทางธรรมมาแล้วยังต้องเอาไปขายทิ้งอีก?ให้ร้อยล้านก็ไม่มีทางขาย!”
เมื่อคิดเช่นนี้ เขาก็ไม่อยากคุยเรื่องราคากับจางเอ้อเหมาอีก ยังไงก็ยังหวังให้จางเอ้อเหมาช่วยเป็นสื่อกลางให้ตัวเอง ซื้อเครื่องมือทางธรรมกลับมาเยอะ ๆ !
ดังนั้น เขาจึงโอนเงินให้จางเอ้อเหมาอย่างคล่องแคล่ว หลังจากจ่ายเงินแล้ว จึงถามเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า:“ใช่สิเอ้อเหมา คุณช่วยผมถามตระกูลนั้นหน่อยสิ จะมีปล่อยสินค้าดี ๆ แบบนี้อีกเมื่อไหร่?ถ้าสะดวก ก็ปล่อยให้ผมเลยสิ แค่เป็นสินค้าดี ๆ ผมรับหมด!”
สำหรับท่านเอิร์ลฉางเซิ่งแล้ว เขามีเวลาเพียงสามวัน ตอนนี้บ่ายแล้ว ถ้าผ่านไปอีกครึ่งวัน ก็จะเหลืออีกแค่สองวันครึ่งเท่านั้น
ตกดึกอีกสองวันครึ่งข้างหน้า ตัวเองจำเป็นต้องลงมือกับคนตระกูลอานแล้ว ถึงตอนนั้นเมืองจินหลิงจะมีแต่ความนองเลือด ตกอยู่ในความตื่นตระหนกแน่นอน ถึงตอนนั้น จะซื้อก็น่าจะไม่มีโอกาสแล้ว
จางเอ้อเหมามองท่านเอิร์ลฉางเซิ่ง ใช้คำพูดที่เย่เฉินสั่งมาพูดไปว่า:“ท่าน ปล่อยสินค้าครั้งหน้า น่าจะเจ็ดถึงสิบวันเลย”
“อะไรนะ?เจ็ดถึงสิบวันเลย?!”ท่านเอิร์ลฉางเซิ่งร้อนรนทันที โพล่งไปว่า:“ทำไมถึงรอนานขนาดนี้?!”
ท่านเอิร์ลฉางเซิ่งไม่เต็มใจ รีบขอร้องไปว่า:“เอ้อเหมา แบบนี้ละกัน คุณช่วยผมหน่อย ในสองสามวันข้างหน้าผมซื้อขายได้ตลอดเวลา เรื่องเงินคุณไม่ต้องกังวล ผมมี!แค่คุณช่วยโน้มน้าวตระกูลคนรวยให้รีบเอาของมาให้ผมก็พอ เมื่อซื้อขายเสร็จ ผมจะให้ค่าผลประโยชน์กับคุณ 10% แต่ถ้าช้าเกินไป ผมอาจจะต้องไปแล้วจริง ๆ”
จางเอ้อเหมาพูดอย่างลำบากใจว่า:“เอ่อ……สองสามวันฉุกละหุกไปหน่อย อย่างน้อยต้องห้าถึงเจ็ดวัน”
ในใจของท่านเอิร์ลฉางเซิ่งก็ยิ่งร้อนรน โพล่งออกไปว่า:“ผมยุ่งมาก ไม่มีเวลาอยู่ที่เมืองจินหลิงจริง ๆ ……”
พูจบ เขาก็กัดฟัน และพูดไปอีกว่า:“เอ้อเหมา อย่างช้าที่สุดผมรอคุณถึงวันมะรืนก่อนฟ้ามืด ช่วงนี้ถ้าคุณเอาของมาได้ ก็มาหาผมที่เดลี่โฮเทลตรงประตูตะวันตกของตลาดของโบราณ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...