หลินหว่านเอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้างจิตใจหดหู่เล็กน้อย แต่ยังคงดึงชายเสื้อของเย่เฉินเบาๆ เอ่ยปากกล่าว: “ไม่อย่างนั้นพวกเราไปหากรุ๊ปของพวกเขาที่ผูเอ่อร์เพื่อพูดคุยก่อนก็ได้ค่ะ”
เย่เฉินก็รู้เช่นกัน สถานการณ์แบบนี้อยากจะเข้าไปเกรงว่าจะไม่ง่าย ทำได้แค่เพียงปรึกษากันให้ดีก่อน ดังนั้นจึงพยักหน้า กล่าวกับรปภ.คนนั้น: “ถ้าอย่างนั้นผมลองไปที่เขตเมืองดูก่อน ขอบคุณพี่มากครับ”
รปภ.โบกมือ: “ไม่ต้องเกรงใจ พวกคุณเดินทางปลอดภัยนะ”
เย่เฉินกลับรถอยู่ที่เดิม เตรียมที่จะกลับไปเขตเมือง ในขณะเดียวกันก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวตำหนิตนเอง: “ถ้ารู้แต่แรกผมคงจะทำความเข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริงของเขตเมืองผูเอ่อร์มาให้ชัดเจนก่อน ไปคุยกับจื้อเฉิงกรุ๊ปก่อน ตอนนี้รีบกลับไปที่เขตเมือง คาดว่าพวกเขาก็คงเลิกงานแล้ว แบบนี้อย่างเร็วที่สุดละก็ต้องรอให้ถึงวันพรุ่งนี้”
หลินหว่านเอ๋อร์ส่ายหน้ากล่าว: “ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนี้หรอกค่ะ เมื่อครู่นี้ได้ฟังความหมายของพี่รปภ.ท่านนั้นแล้ว ต้นชาต้นนั้นมีการป้องกันที่แน่นหนา มีกล้องวงจรที่ไร้จุดบอดคอยบันทึกภาพตลอด24ชั่วโมง รปภ.ก็คอยสลับกะตลอด24ชั่วโมง ต่อให้พวกเราคิดหาหนทางปนเข้าไป ฉันก็ไม่สามารถเซ่นไหว้ได้”
“อีกอย่าง ที่นั่นถูกทำเป็นพื้นที่ผลิตใบชามานานหลายปี ตอนนี้อยู่ๆไปพูดว่าที่ใต้ต้นไม้ฝังอัฐิเอาไว้ ยังมีคนไปเซ่นไหว้ที่นั่น แค่ได้ฟังก็ไม่เหมือนเรื่องที่เกิดขึ้นในยุคสมัยปัจจุบัน ในทางกลับกันอาจจะทำให้ผู้คนเกิดความสงสัย ฉันว่าพวกเราไม่ต้องวนกลับไปที่ผูเอ่อร์แล้ว ที่นี่ยังห่างจากสิบสองปันนาอีกหนึ่งร้อยกว่ากิโลเมตร พวกเรามุ่งหน้าตรงไปที่สิบสองปันนาเลยดีกว่า”
เย่เฉินครุ่นคิด เอ่ยปากกล่าว: “ไม่สู้ซื้อจื้อเฉิงกรุ๊ปซะเลย”
“หา?”หลินหว่านเอ๋อร์ตกตะลึงไป หลุดปากกล่าว: “นี่จะเป็นเรื่องที่เกินไปหน่อยแล้วมั้งคะ......”
เย่เฉินกล่าวอย่างสบายๆ: “ไม่เป็นไร ก็แค่ซื้อกรุ๊ปใบชาแห่งหนึ่ง อีกทั้งยังไม่ใช่กรุ๊ปที่ใหญ่ที่สุดของเตียนหนาน คาดว่ามูลค่าทางตลาดอย่างมากสุดก็น่าจะประมาณไม่กี่พันล้าน เรื่องนี้ผมจัดการเอง”
หลินหว่านเอ๋อร์รีบกล่าว: “ที่ฉันกังวลคือหน่วยบัญชาการกองทัพกลางของอู๋เฟยเยี่ยนที่มีรากฐานมั่นคงอยู่ที่เตียนหนาน ถึงแม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะเข้าสู่ช่วงเวลาสงบเงียบ แต่ถ้าหากเตียนหนานมีความเคลื่อนไหวมากเกินไป ยังไงก็ยากที่จะรอดพ้นสายตาของพวกเขาไปได้แน่นอน......”
เมื่อโทรติด ซูจือหยูปลายสายทางด้านนั้นกล่าวถามด้วยความนอบน้อมพร้อมทั้งปนไปด้วยความดีใจ: “คุณเย่ คุณโทรมามีอะไรจะสั่งจือหยูเหรอคะ?”
เย่เฉินเอ่ยปากกล่าว: “คุณหนูซู ผมมีเรื่องหนึ่งให้คุณช่วย”
ซูจือหยูรีบกล่าว: “คุณเย่คุณกับจือหยูไม่จำเป็นต้องเกรงใจกันขนาดนี้ก็ได้นี่คะ มีเรื่องอะไรคุณสั่งมาได้เลย จือหยูจะพยายามทำให้สำเร็จแน่นอน!”
เย่เฉินกล่าว: “ตอนนี้คุณช่วยผมซื้อจื้อเฉิงกรุ๊ปของเตียนหนาน ยิ่งเร็วยิ่งดี!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...