เย่เฉินคิดไม่ถึงว่า เพียงแต่10นาทีซูจือหยูจะสามารถจัดระเบียบและสรุปข้อมูลออกมาได้มีประสิทธิภาพขนาดนี้ ในใจยอมรับมันสมองด้านการค้าของผู้หญิงคนนี้รวมทั้งความสามารถในการวิเคราะห์ ความสามารถในทางธุรกิจเป็นอย่างมาก
เขาถามซูจือหยู: “จากมุมมองของคุณหนูซู ถ้าหากจะเทคโอเวอร์บริษัทนี้ ควรจะเสนอเงินเท่าไหร่ถึงจะสมหวัง?”
ซูจือหยูกล่าว: “คุณเย่ พิจารณาจากข้อมูลที่ฉันสามารถสืบหาได้ในตอนนี้ หลูจื้อเฉิงเถ้าแก่ของพวกเขา มีอัตราส่วนการถือหุ้นสาธารณะอยู่ที่ 57.6% แต่จากโครงสร้างผู้ถือหุ้นและตัวเลือกหุ้นอื่นๆ รวมทั้งหมดน่าจะอยู่ที่78.5% สมกับที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ อยากจะเทคโอเวอร์จื้อเฉิงกรุ๊ปสำเร็จ ขอเพียงแค่สามารถทำให้หลูจื้อเฉิงพยักหน้าได้ ก็นับว่าสำเร็จแล้ว”
“เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์รายรับของหลูจื้อเฉิงในตอนนี้ ถ้าหากเขายังคงดำเนินกิจการนี้ต่อไปละก็ ถ้าดวงดีปีหนึ่งอาจจะได้กำไรสามสี่สิบล้าน ถ้าดวงไม่ดี ปีหนึ่งอาจจะไม่ได้กำไรเลยสักบาท ถึงขนาดอาจจะขาดทุน”
“หากมองไปอีก20ปีข้างหน้า รายได้สุทธิส่วนบุคคลของจื้อเฉิงกรุ๊ปที่จะอาจจะได้รับอย่างต่อเนื่อง น่าจะไม่มีทางเกินหกร้อยล้าน”
“ถ้าหากพวกเราเสนอราคาให้เขา สามารถรับรองได้ว่าหลังจากที่เขาขายทิ้งแล้ว ไม่มีข้อตกลงการเดิมพัน ไม่มีความล่าช้า สามารถเก็บเกี่ยวได้หกร้อยล้านขึ้นไปภายในครั้งเดียวละก็ ถ้าอย่างนั้นเขาก็ไม่น่ามีเหตุผลใดๆที่จะมาปฏิเสธการเทคโอเวอร์ของพวกเรา”
เย่เฉินพึงพอใจมาก พูดกับเธอว่า: “ตอนนี้ผมอยู่ที่ผูเอ่อร์ คุณคิดว่าคุณจะใช้เวลานานขนาดไหนถึงจะจัดการเรื่องนี้ได้? ถ้าอย่างเร็วละก็ ผมจะรอคุณสองวัน ถ้าอย่างช้าละก็ ผมก็จะไปทำธุระอื่นที่พื้นที่อื่นก่อน รอหลังจากที่คุณจัดการเรียบร้อยแล้วผมค่อยกลับมา”
ซูจือหยูมองดูเวลา เอ่ยปากกล่าว: “ทางด้านนี้พระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว แต่ในเมื่อคุณอยู่ที่ผูเอ่อร์ ถ้าอย่างนั้นน่าจะมีเวลาอีกประมาณชั่วโมงกว่าๆพระอาทิตย์ถึงจะตกดิน ถ้าราบรื่นละก็ ก่อนหน้าที่พระอาทิตย์ของคุณทางด้านนั้นจะตกดิน ฉันน่าจะทำให้เขาพยักหน้าได้ ขอเพียงแค่เขาพยักหน้า ฉันสามารถวางเงินมัดจำให้เขาหนึ่งร้อยล้านได้ จากนั้นจะส่งทีมทนายไปที่นั่นเพื่อดำเนินการทำเรื่องโอนกับเขาภายในคืนนี้!”
“หนึ่งชั่วโมง?”เย่เฉินได้ยินคำตอบนี้ กล่าวด้วยรอยยิ้ม: “ได้ ถ้าอย่างนั้นผมจะรอฟังข่าวของคุณอยู่ที่นี่ ขอเพียงแค่เขาพยักหน้า หลังจากที่คุณวางเงินมัดจำก็บอกเขาว่า จะส่งที่ปรึกษาสองคนไปที่ฐานของภูเขาจื้อเฉิงของเขาเพื่อตรวจสอบก่อน ให้เขาแจ้งผู้รับผิดชอบฐานเตรียมตัวต้อนรับ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...