หลูจื้อเฉิงก็รู้เช่นกันว่า อีกฝ่ายจะต้องเป็นของจริง
คุณลักษณะ สำเนียงในการพูดจาของอีกฝ่ายที่นั่งอยู่ทางนั้น นั่นเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นของปลอม
ตอนนี้ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจจากการได้รับความสนใจอยู่หน่อยๆ ทั่วทั้งตัวเริ่มกระสับกระส่ายนั่งไม่ติด
จางจื่อฉีเลขาประธานของซูจือหยู เห็นว่าหลูจื้อเฉิงไม่พูดจาอยู่นาน จึงลองถามเขา: “คุณหลู ไม่ทราบว่าได้ยินที่ฉันพูดไหมคะ?”
นี่หลูจื้อเฉิงถึงได้สติกลับคืนมา รีบกล่าวอย่างลนลาน: “ได้ยินครับได้ยิน! คุณจางใช่ไหมครับ! สวัสดีครับสวัสดีครับ!”
จางจื่อฉีพยักหน้าเบาๆ กล่าวด้วยรอยยิ้มบางๆ: “คุณหลู ฉันจะไม่พูดจายืดเยื้อกับคุณมากเกินไป พวกเราเข้าประเด็นหลักเลย ที่ติดต่อคุณครั้งนี้ หลักๆแล้วประธานซูของพวกเรามีความตั้งใจจะเทคโอเวอร์จื้อเฉิงกรุ๊ป ดังนั้นอยากจะขอความเห็นจากคุณหลูหน่อยว่ามีความคิดที่จะขายไหมคะ ถ้าหากมี พวกเราสามารถหารือเกี่ยวกับรายละเอียดเรื่องการเทคโอเวอร์ได้ทันที”
หลูจื้อเฉิงตั้งหน้าตั้งตารอคอย ก็คืออยากจะให้มีใครสักคนมาเทคโอเวอร์อุตสาหกรรมที่เดินหน้าไม่ได้ถอยหลังก็ไม่ได้ของตนเองไป สามารถทำให้ตนเองสามารถถอนเงินออกจากตลาดหุ้นและถอนตัว ใช้ชีวิตวัยชราอย่างสงบสุขได้อย่างสบายใจ คิดไม่ถึงว่าจะโชคดีมาก คาดไม่ถึงว่าตระกูลมหาอำนาจชั้นนำระดับประเทศอยากจะเทคโอเวอร์อุตสาหกรรมของตนเอง นี่เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่กล้าแม้แต่จะฝัน
ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าเล่นกลยุทธ์แสร้งปล่อยเพื่อจับ กล่าวอย่างไม่ลังเล: “ผมมีความคิดที่จะขาย ก็ดูว่าซูซื่อกรุ๊ปจะเสนอราคาให้พวกเราแบบไหน!”
จางจื่อฉีกล่าวด้วยรอยยิ้มบางๆ: “ในเมื่อคุณหลูมีความตั้งใจที่จะขาย ถ้าอย่างนั้นให้ประธานซูของพวกเรามาเจรจาปัญหาเรื่องราคากับคุณ ฉันจะเชิญประธานซ่งเข้าร่วมประชุมเดี๋ยวนี้ รายละเอียดพวกคุณคุยกัน ฉันจะจดสรุปบันทึกสำคัญของการประชุม”
หลูจื้อเฉิงถามอย่างตกตะลึง: “ประธานซู? เป็นประธานของพวกคุณเหรอ?”
“ใช่ค่ะ”จางจื่อฉีกล่าวด้วยรอยยิ้มจางๆ: “คุณซูซูจือหยูเป็นประธานของพวกเรา”
ในใจของหลูจื้อเฉิงรู้สึกประหลาดใจจากการได้รับความสนใจ
โชคดีอะไรอย่างนี้ กิจการใบชาเล็กๆของตนเอง คาดไม่ถึงว่าจะสามารถได้รับความชื่นชอบของผู้นำตระกูลตระกูลซู?
ในจณะที่เขากำลังตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ซูจือหยูต่อเข้าห้องวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
หลูจื้อเฉิงรู้ว่า ฐานะทางสังคม อำนาจ ภูมิหลัง ความมั่นใจของเธอนั้นแข็งแกร่งกว่าตัวเองมากนัก ดังนั้นถึงแม้ว่าจะมีความสะอึกสะอื้นในใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ใช่อารมณ์ด้านลบอะไร
แต่ว่า เขายังเอ่ยถามด้วยความสงสัยเล็กน้อย: “ประธานซู ธุรกิจของซูซื่อกรุ๊ปใหญ่โตขนาดนี้ ทำไมถึงได้ถูกใจบริษัทเล็กๆของพวกเราแบบนี้ละครับ?”
ซูจือหยูยิ้มกล่าว: “คุณหลูไม่จำเป็นต้องดูถูกตัวเองมากจนเกินไป ขนาดของธุรกิจไม่ใช่เป็นมาตรฐานเพียงอย่างเดียวในการพิจารณามูลค่าของธุรกิจ ดังนั้นทำไมซูซื่อกรุ๊ปถึงอยากจะเทคโอเวอร์จื้อเฉิงกรุ๊ปของพวกคุณ พูดตามตรง หลักๆแล้วเป็นเพราะคุณปู่ของฉันค่อนข้างชื่นชอบชาผูเอ่อร์ ตอนนี้อุตสาหกรรมอาหารมีปัญหาด้านความปลอดภัยบ่อยครั้ง ฉันในฐานะที่เป็นหลานสาว จึงอยากจะเทคโอเวอร์ธุกิจแหล่งต้นน้ำสักแห่ง แบบนี้สามารถแน่ใจได้ว่าเขาจะได้ดื่มชาผูเอ่อร์ที่ปลอดภัยที่สุด อย่างไรก็แค่เงินไม่กี่บาท เพื่อซื้อความสบายใจ”
หลูจื้อเฉิงได้ฟังจบก็อึ้งไป แอบบ่นในใจ: “ให้ตายซิ นี่ถึงเรียกว่าคนรวยจริงๆซินะ! ชอบดื่มชาผูเอ่อร์ ก็เทคโอเวอร์บริษัทที่ผลิตชาผูเอ่อร์ซะเลย? เงินของคุณคงหามาได้ง่ายๆซินะ?”
จากนั้น เขาก็เปลี่ยนทิศทางความคิด ก็โล่งใจในทันที
“ทรัพย์สินของตระกูลซูเขาเกินแสนล้าน เอามาซื้อธุรกิจชาผูเอ่อร์สักไม่กี่ร้อยล้าน ก็เท่ากับคนหนึ่งมีเงินหมื่นกว่าหยวน เอาไปซื้อเครื่องดื่มสักเจ็ดแปดสิบหยวน นี่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องที่ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากเหรอ? อยากจะดื่มชาจริงๆ ต่อให้มีแค่หนึ่งร้อยหยวน ก็กล้าที่จะจ่ายออกไปเจ็ดแปดหยวนนี่นา!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...