คำพูดของหลินหว่านเอ๋อร์ ทำให้เย่เฉินเริ่มครุ่นคิดอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกว่า“เมิ่งฉางเชิงยังมีชีวิตอยู่จริงๆหรือไม่” ทันทีที่ได้ยิน เหมือนกับว่าเป็นคำถามที่เหลวไหลไปนิด
ในตำราเก้าเสวียนเทียน ไม่ได้มีบันทึกเกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้คนๆหนึ่งสามารถมีชีวิตอยู่ได้มากกว่าหนึ่งพันปีใดๆ ดังนั้นสิ่งนี้จึงได้แตะจุดบอดความรู้ของเขามาตั้งนานแล้ว
ในความเป็นจริง แม้กระทั่งตำราเก้าเสวียนเทียนก็ไม่มีบันทึกที่เกี่ยวข้องกับยายั้งอายุใดๆ
แม้กระทั่งหลินหว่านเอ๋อร์ก็เป็นจุดบอดทางความรู้ของเย่เฉิน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเมิ่งฉางเชิง
ในปัญหาข้อนี้ ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานโดยตรงมาพิสูจน์ความเป็นกับความตายของเมิ่งฉางเชิงในตอนนี้ แต่เย่เฉินก็ไม่กล้าประมาทเลยแม้แต่น้อย ความรอบคอบที่ควรมีก็ไม่สามารถตัดทิ้งได้เลยแม้แต่น้อย จะประมาทเลินเล่อไม่ได้
ดังนั้น เขาจึงกล่าวกับหลินหว่านเอ๋อร์: “ความคิดเห็นที่คุณหลินเอ่ยถึงเมื่อครู่นี้ ผมค่อนข้างที่จะเห็นด้วย เพียงแต่พวกเราได้มาถึงที่นี่แล้ว ไม่มีเหตุผลที่จะหัวหดอยู่ในกระดองอีกแล้ว ไม่สู้ทำตามที่คุณหลินกล่าว พวกเราไปค้นหาคำตอบด้วยกัน”
หลินหว่านเอ๋อร์รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่เย่เฉินจะยอมแพ้ง่ายๆ ยินยอมพาตนเองไปด้วย ได้เป็นการยอมอ่อนข้อให้มากที่สุดแล้ว ดังนั้นจึงพยักหน้ากล่าวอย่างไม่ลังเล: “ค่ะ! ข้าน้อยไปด้วยกันกับคุณชาย!”
เย่เฉินพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นถอนหายใจเบาๆ กล่าว: “ถ้าหากพวกเราสองคนไปด้วยกัน ลงไปจากตรงนี้ก็จะไม่ค่อยสอดคล้องกับความเป็นจริงเท่าไหร่ พวกเราวนกลับไป เข้าไปทางภูเขาที่เมืองเล็กๆนั้นที่อู๋เฟยเยี่ยนปรากฏตัวเถอะ”
“ค่ะ”หลินหว่านเอ๋อร์พยักหน้าอย่างว่าง่าย กล่าว: “ขอเพียงคุณชายยินยอมที่จะพาข้าน้อยไปด้วย ข้าน้อยยอมฟังคำสั่งของคุณชายทุกอย่าง”
ทั้งสองคนตกลงกันอย่างเป็นเอกฉันท์แล้ว เย่เฉินก็ไม่ได้โอ้เอ้อีกต่อไป เขาลงจากทางด่วนในช่องทางออกถัดไปแล้ววกกลับมา เมื่อพ้นจากตำแหน่งที่อู๋เฟยเยี่ยนกระโดดลงไป ขับรถมุ่งไปข้างหน้าต่อไปอีกหลายสิบกิโลเมตร ถึงลงจากทางด่วนที่เมืองเล็กๆนั้นที่อู๋เฟยเยี่ยนจากออกมา
หลังจากออกจากถนนชนบทแล้ว ก็ไม่ใช่ทางขรุขระของป่าดึกดำบรรพ์ในทันที สองข้างทาง เกือบทั้งหมดล้วนเป็นนาขั้นบันไดที่ชาวนาท้องถิ่นบุกเบิกเอาไว้ ดังนั้นย่อมต้องมีถนนเล็กๆเพื่อให้ผู้คนกับปศุสัตว์ และมอเตอร์ไซค์สามารถสัญจรได้
บังเอิญว่าทิศทางของถนนเล็กๆนี้ ประจวบเหมาะกับทิศทางที่เย่เฉินวางแผนจะไปค้นหา ดังนั้นทั้งสองคนจึงเดินมุ่งหน้าไปสู่ถนนเส้นเล็กนี้ต่อไป เดินมุ่งหน้าต่อไปในภูเขา
ทั้งสองคนปีนข้ามภูเขาเตี้ยๆที่ถูกปกคลุมไปด้วยนาขั้นบันไดลูกหนึ่ง มุ่งหน้าเข้าไปสู่บริเวณลึกต่อไป แต่เวลานี้สองข้างทางมีร่องรอยที่มนุษย์สร้างขึ้นยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ ถึงแม้ว่านานๆจะยังมีนาขั้นบันไดสักสองสามผืน แต่เนื่องจากค่อนข้างห่างไกลจากเมืองเล็ก ที่นี่ไม่ได้มีคนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อข้ามภูเขาลูกที่สอง ตอนที่เริ่มมุ่งหน้าเดินลงภูเขา เย่เฉินมองเห็นถนนเล็กที่ขรุขระสายนี้ในหุบเขาที่อยู่ข้างหน้า จากทางยาวสีดินแดง กลายเป็นรูปตัวYที่แคบยาว นอกจากนี้แล้ว ยังมีแม่น้ำสายคดเคี้ยวสายเล็กที่กว้างประมาณหนึ่งเมตรกว่า ทอดยาวไปตามหุบเขาไหลไปถึงเบื้องล่าง
แม่น้ำไหลผ่านจุดตัดของเส้นตรงรูปตัวYพอดี ที่ตรงนี้มีคนใช้ก้อนหินกองเป็นเสาหินห้ากอง แม่น้ำไหลผ่านช่องว่างทั้งสี่ของเสาหินห้ากองนี้อย่างช้าๆ เนื่องจากเสาหินห้ากองนี้ขวางความเร็วของน้ำไหล เพื่อให้น้ำไหลไปที่ด้านซ้ายของตัวอักษรูปตัวY กลายเป็นเขตแนวกันชนขนาดประมาณสี่ถึงห้าเมตร ลำธารเล็กที่เดิมทีมีความกว้างประมาณหนึ่งเมตร อยู่ที่ตรงนี้เพียงไม่นานก็กว้างขึ้นเกือบสามเสตรแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...
ทั้งที่เป็นผู้ชาย แรงเยอะกว่า ตัวใหญ่ก็ว่า แต่กลัวกับอีหม่าหลันพูดขู่แค่นี้เนี่ยน่ะ ไม่น่าเกิดเป็นผู้ชายเลยมึงไอเชียวฉางควน กูคิดว่าเป็นตุ๊ด ปากบอกรอเหมยชิงมานาน อยากจะพัฒนาความสัมพันธ์ อยากจะมีเพศสัมพันธ์อยากจะอยู่กับเหมยชิง อยากแต่งงานกะเหมยชิงอีกครั้ง ทั้งที่เหมยชิงยอมกลับมาหาเพื่อมึง แต่มึงกลับไม่กล้าทำไรกะอีหม่าหลันสักอย่าฃ แค่หม่าหลันพูดขู่ว่าจะไปหาเรื่องเหมยชิง แทนที่จะให้เหมยชิงจ้างบอดีการ์ดมา อีหม่าก้ทำไรไม่ได้ล่ะ หรือไอฉางควนปกป้อง สู้กันจริงๆหม่าหลันก้สู้คงไม่ได้หรอก ทำมึงกลับกลัวหัวหด ชาตินี้ก้คงไม่ได้อยุ่กับคนรักหรอก ฝันไปเถอะมึง กระจอก...