เย่เฉินยักไหล่: “ลองดูหน่อยก็ได้ แต่ผมรู้สึกว่าไม่น่าจะได้ข้อมูลอะไร คนพวกนี้ไม่เหมือนกับอู๋เฟยเยี่ยน อู๋เฟยเยี่ยนมีความหวาดระแวงมากเกินไป ครั้งนี้ที่มาภูเขาแสนลี้ก็ปฏิบัติการด้วยตัวเองคนเดียว ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ก็ยากมากที่จะไตร่ตรองได้รอบคอบ แต่ว่าพวกเธอไม่เหมือนกัน ไม่เพียงปฏิบัติการกันเป็นกลุ่ม อีกทั้งยังมีเตรียมการล่วงหน้ามาแต่แรก ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ คงจะไม่มีทางทิ้งเบาะแสอะไรไว้ให้พวกเรา”
“นี่ก็คือ......”หลินหว่านเอ๋อร์ถอนหายใจ กล่าว: “ดูเหมือนว่าพวกเธอคาดเดาได้แต่แรกว่าพวกเราจะมาที่นี่ ดังนั้นถึงได้เตรียมการอยู่ที่อารามชิงจ้าว นี้ล่วงหน้า”
พูดไป หลินหว่านเอ๋อร์นึกบางอย่างขึ้นมาได้ กล่าว: “พวกเราสามารถทำความเข้าใจสถานการณ์ของอารามชิงจ้าว จากคนพื้นที่ได้ ไม่แน่ว่าอาจจะสามารถค้นหาเบาะแสบางอย่างได้”
“ได้”เย่เฉินพยักหน้า กล่าว: “พวกเราขึ้นไปดูกันก่อนค่อยว่ากัน”
......
ตอนที่ทั้งสองคนมาถึงด้านนอกประตูของอารามชิงจ้าว ประตูใหญ่ได้ปิดสนิทแล้ว
แต่ว่าเย่เฉินก้าวไปข้างหน้าผลักเบาๆ ประตูใหญ่ก็เปิดออกส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด
เย่เฉินสาวเท้าก้าวเข้าไปข้างใน จ้องมองกลอนประตูไม้หนาที่ด้านหลังประตูใหญ่ ขมวดคิ้วกล่าว: “ดูเหมือนพวกเธอรู้ว่าพวกเราจะมา ยังจงใจเหลือประตูไว้ให้พวกเรา”
สีหน้าของหลินหว่านเอ๋อร์ตกตะลึงเล็กน้อย กล่าวพึมพำ: “นี่คือคำนวณทุกฝีก้าวของพวกเราไว้ดีแล้ว......”
“ใช่ซิ”เย่เฉินแค่นเสียงหัวเราะ เอ่ยปากกล่าว: “คิดว่าจะปกปิดเอาไว้ลึกมาก ผลสุดท้ายชาวบ้านเขากลับรู้ทุกอย่าง ที่สำคัญคือคำนวณได้ทุกอย่าง ไม่เข้าใจเลยจริงๆ”
หลินหว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยความห่อเหี่ยวเล็กน้อย: “ข้าน้อยไม่ได้มีการบำเพ็ญตนใดๆมาสามร้อยกว่าปีแล้ว สิ่งที่คิดว่าตนเองค่อนข้างเก่งกว่าคนอื่นก็คือสมองของตน วันนี้ดูเหมือนว่า ก็คือสู้พวกเธอไม่ได้”
เย่เฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม: “เรื่องนี้ปกติ สองหมัดยากจะสู้สี่มือ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเบื้องหลังของเธออาจจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่องค์กรหนึ่ง คนมากมายขนาดนี้ร่วมมือกันทำงาน จะคำนวณพวกเรายังจะคำนวณไม่ได้งั้นเหรอ?”
หลินหว่านเอ๋อร์ถอนหายใจเบาๆทีหนึ่ง เอ่ยปากกล่าว: “อู๋เฟยเยี่ยนไม่เคยตามหาข้าน้อยเจอมาตลอดระยะเวลาสามร้อยปี ดังนั้นคนพวกนี้พละกำลังอาจจะสู้องค์กรพั่วชิงไม่ได้ แต่คนที่อยู่เบื้องหลังของพวกเธอ จะต้องฉลาดกว่าอู๋เฟยเยี่ยน และฉันแน่นอน”
เย่เฉินกล่าวปลอบใจ: “โชคดีที่ความเป็นไปได้ที่พวกเธอจะเป็นศัตรูไม่มาก ถ้าหากต่อไปจะกลายเป็นมิตรได้ สำหรับพวกเราคงจะช่วยเหลือได้มากเช่นกัน”
เย่เฉินจ้องมองกระถางธูป ก็คาดเดาความยาวของไม้หอม เอ่ยปากกล่าว: “ไม้จันทน์สามก้านนี้ดูเหมือนจะยาวมาก น่าจะไหม้มามากกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว”
หลินหว่านเอ๋อร์คำนวณเวลา กล่าว: “นับจากที่ข้าน้อยลงเขา จนกระทั่งข้าน้อยเจอคุณชาย อธิบายทุกอย่างให้คุณชาย ประกอบกับคุณชายกับข้าน้อยขึ้นเขากลับมาอีกครั้ง ก็ผ่านมากว่าหนึ่งชั่วโมงแล้วจริงๆ”
เย่เฉินพยักหน้า กล่าว: “ถ้าอย่างนั้นธูปทั้งสามดอกนี้ ก็คือจุดขึ้นตั้งแต่ที่คุณออกจากประตูไป”
พูดไป เย่เฉินหลับตาลง ดมกลิ่นไม้จันทน์อย่างละเอียด กล่าวอย่างทอดถอนใจ: “กลิ่นไม้จันทน์นี้หอมดีจริงๆ ดีกว่าไม้จันทน์ที่ผมเคยดมมาทุกชนิด!”
หลินหว่านเอ๋อร์กล่าวเห็นด้วย: “เมื่อครู่ข้าน้อยกำลังจะพูดว่า......ไม้จันทน์นี้หอมมากจริงๆ ข้าน้อยก็นับว่าเป็นคนที่ชอบชาชอบเครื่องหอม แต่ไม้จันทน์เก่าที่ดีที่สุดที่ข้าน้อยเคยเจอมา ก็ไม่ได้มีกลิ่นหอมเท่าไม้จันทน์ชนิดนี้ กลิ่นหอมเข้มข้น นุ่มลึกแต่หวานนิดๆ”
เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะถอนใจ: “ดูเหมือนว่าทุกก้าวของพวกเราจะอยู่ในแผนการของพวกเธอจริงๆด้วย พวกเธอจะต้องคำนวณว่าคุณจะต้องสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ แล้วก็คำนวณได้ว่าพวกเราจะต้องย้อนกลับมา ธูปสามดอกนี้ น่าจะจุดขึ้นเพื่อพวกเรา”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...
ทั้งที่เป็นผู้ชาย แรงเยอะกว่า ตัวใหญ่ก็ว่า แต่กลัวกับอีหม่าหลันพูดขู่แค่นี้เนี่ยน่ะ ไม่น่าเกิดเป็นผู้ชายเลยมึงไอเชียวฉางควน กูคิดว่าเป็นตุ๊ด ปากบอกรอเหมยชิงมานาน อยากจะพัฒนาความสัมพันธ์ อยากจะมีเพศสัมพันธ์อยากจะอยู่กับเหมยชิง อยากแต่งงานกะเหมยชิงอีกครั้ง ทั้งที่เหมยชิงยอมกลับมาหาเพื่อมึง แต่มึงกลับไม่กล้าทำไรกะอีหม่าหลันสักอย่าฃ แค่หม่าหลันพูดขู่ว่าจะไปหาเรื่องเหมยชิง แทนที่จะให้เหมยชิงจ้างบอดีการ์ดมา อีหม่าก้ทำไรไม่ได้ล่ะ หรือไอฉางควนปกป้อง สู้กันจริงๆหม่าหลันก้สู้คงไม่ได้หรอก ทำมึงกลับกลัวหัวหด ชาตินี้ก้คงไม่ได้อยุ่กับคนรักหรอก ฝันไปเถอะมึง กระจอก...