เย่เฉินรู้ว่า ซุนจือต้งมีพลังพิเศษกว่าคนทั่วไปในเย่นจิง ถ้าให้เขาช่วยด้วยคอนเน็คชั่น สิ่งที่หลินหว่านเอ๋อร์จะต้องสำเร็จแน่
และก็ วิธีของหลินหว่านเอ๋อร์นั้นเยี่ยมมาก แค่มีทางการของหัวเซี่ยหนุนหลัง ให้ความสำคัญตระกูลอานมากพอ ความปลอดภัยของตระกูลอานในหัวเซี่ยก็จะไม่มีปัญหาอีกต่อไป
ให้อู๋เฟยเยี่ยนกล้าหาญแค่ไหน เธอก็ไม่กล้าต่อต้านประเทศอย่างเปิดเผย
นอกจากว่า เธอจะอยู่มีสี่ร้อยปี จนเบื่อแล้วจริง ๆ
แต่ว่า จากสถานการณ์ที่เย่เฉินเข้าใจในตอนนี้ คน ยิ่งมีชีวิตอยู่นานแค่ไหน ก็ยิ่งหวงแหนชีวิต ยิ่งมีชีวิตอยู่นาน ก็ยิ่งกลัวตาย
อู๋เฟยเยี่ยนอยู่มาสี่ร้อยปี จะต้องกลัวตายอย่างมากแน่ ๆ
มิฉะนั้น เธอคงไม่หนีจากภูเขาแสนลี้อย่างยากลำบาก
หลินหว่านเอ๋อร์เห็นเย่เฉินไม่คัดค้านข้อเสนอนี้ จึงโทรหาซุนจือต้งทันที และบอกสถานการณ์นี้แก่ซุนจือต้ง
ซุนจือต้งได้ยินแล้ว ก็ตอบตกลงอย่างไม่ลังเล และเริ่มติดต่อกับทางเย่นจิงทันที
เรื่องดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ พบบ่อยมากในหัวเซี่ย แต่เย่เฉินหวังว่าตระกูลอานจะลงทุนในหัวเซี่ยอีกครั้ง เพื่อก้าวสู่จุดสูงสุดใหม่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ในทุก ๆ ด้าน
ซุนจือต้งก็ระดมคอนเน็คชั่นของตัวเองทันที เพื่อรายงานเบื้องบนและเริ่มผลักดันเรื่องนี้
ไม่นาน ซุนจือต้งก็ได้รับข่าวที่น่าตื่นเต้น จากนั้นเขาจึงแจ้งข่าวนี้กลับไปยังหลินหว่านเอ๋อร์
หลินหว่านเอ๋อร์พูดกับเย่เฉินอย่างดีใจว่า:“คุณชาย ทางเฒ่าแก่ซุนดำเนินการแล้วเรียบร้อย แค่ตระกูลอานตั้งใจลงทุนในประเทศจริง ๆ ทางการสามารถให้ผลตอบแทนทางการค้าต่างประเทศในระดับสูงสุดได้ และสนับสนุนตระกูลอานเป็นการส่วนตัว และยังให้ทรัพยากรของสื่อทุกด้านมาติดตามและรายงานด้วย ในขณะเดียวกันก็จะปกป้องคนตระกูลอานและอุตสาหกรรมที่ตระกูลอานลงทุนในประเทศอย่างเต็มที่ หากตระกูลอานสนใจ สามารถไปกับเฒ่าแก่ซุน ไปสัมภาษณ์ที่เย่นจิงอย่างลับ ๆ ได้”
“งั้นก็ดีมาก!”เย่เฉินพูดทันทีว่า:“เที่ยงนี้ผมจะไปพูดคุยกับพวกคุณตา แค่พวกเขาสนใจ ก็ให้คุณตาและเฒ่าแก่ซุนไปเย่นจิงด้วยกัน!”
คุณยายอดไม่ได้ที่จะถามเขาว่า:“เฉินเอ๋อ สองสามวันนี้ไปไหนมาล่ะ?ไม่มาหายายบ้างเลย”
เย่เฉินรีบพูดว่า:“ยายครับ สองสามวันนี้ผมไปภาคตะวันตกเฉียงใต้ ไปดูภูเขาแสนลี้ อยากหาเบาะแสที่ตอนนั้นพ่อกับแม่ผมทิ้งไว้”
คุณท่านที่อยู่ด้านข้างรีบถามว่า:“เฉินเอ๋อเป็นอย่างไรบ้างล่ะ พบอะไรไหม?”
เย่เฉินถอดถอนหายใจว่า:“ไม่มีอะไรที่พบชัดเจน ไปได้ครึ่งทางก็ถูกชักจูงให้กลับมาครับ”
คุณท่านถามอย่างตกใจว่า:“ชักจูงให้กลับ?ใครชักจูงหลานให้กลับล่ะ?”
เย่เฉินพูดว่า:“ตาครับ เรื่องนี้ยาว พวกเราค่อย ๆ คุยกันดีกว่า”
คุณท่านอานพูดโดยไม่ลังเลว่า:“โอเค ๆ ๆ เข้าไปคุย เข้าไปคุย!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...