เย่เฉินคิดไม่ถึงว่า โจวเหลียงเวิ่นตัวอยู่ที่ต่างประเทศแต่กลับห่วงใยบ้านเกิดเมืองนานขนาดนี้ ในขณะที่ซาบซึ้งใจ ก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้ากล่าว: “คุณอาโจววางใจ ผมจะนำซื่อฟางเป่าจ้วงกลับหัวเซี่ยให้ได้ ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง ความสัมพันธ์ค่อนข้างดี สามารถนำซื่อฟางเป่าจ้วงบริจาคกลับมาได้โดยผ่านเขา”
ที่เย่เฉินนึกขึ้นได้ ในเวลานี้ ก็คือหนึ่งในลูกบุญธรรมของหลินหว่านเอ๋อร์ ซุนจือต้ง
ในเมื่อซื่อฟางเป่าจ้วงเป็นสมบัติที่สำคัญของชาติ แน่นอนว่าตนเองไม่มีสิทธิ์ครอบครองเป็นของตนเองได้ ผ่านซุนจือต้ง นำมันมอบให้แก่หัวเซี่ย ถึงจะเป็นความหมายคืนแก่เจ้าของเดิมอย่างแท้จริง
โจวเหลียงเวิ่นในเวลานี้ตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง เอ่ยปากกล่าว: “ทุกอย่างต้องฝากฝังคุณชายแล้ว ซื่อฟางเป่าจ้วงหลับคืนสู่หัวเซี่ย ผมรับโทษจำคุกอยู่ที่สหรัฐอเมริกาครบสิบห้าปี เรื่องนี้ถือว่าไม่ติดค้างต่อกันแล้ว”
เย่เฉินกล่าวอย่างจริงจัง: “คุณอาโจว ชาวอังกฤษรวมทั้งตระกูลรอธส์ไชลด์ปล้นชิงโบราณวัตถุทางประวัติศาสตร์จากหัวเซี่ยมากมาย อย่าว่าแต่ผ่านไปหนึ่งร้อยปีเลย ต่อให้ผ่านไปหนึ่งพันปี ที่แย่งชิงมาก็ยังคงเป็นการแย่งชิงมา ต่อให้ผ่านไปหนึ่งพันปี โบราณวัตถุที่ควรจะเป็นของหัวเซี่ย ก็ยังเป็นของหัวเซี่ย จะช้าหรือเร็วก็ต้องกลับไปยังหัวเซี่ย ถ้าหากตระกูลรอธส์ไชลด์ให้คุณรับโทษจำคุกครบสิบห้าปีเต็ม ผมเย่เฉินเป็นคนแรกที่ไม่เห็นด้วย คุณวางใจ ผมจะคิดหาหนทาง ให้ตระกูลรอธส์ไชลด์ยกเลิกดำเนินคดีอาญากับคุณ ให้พวกเขาถอนคดีลักทรัพย์ คืนอิสรภาพให้กับคุณ”
โจวเหลียงเวิ่นรีบกล่าว: “คุณชายไม่จำเป็นต้องไปยุ่งวุ่นวายกับตระกูลรอธส์ไชลด์ เพื่อเรื่องเล็กน้อยนี้ของผม ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนั้นคุณพ่อของคุณกับตระกูลรอธส์ไชลด์จะมากหรือน้อยก็รับว่ามีข้อขัดแย้งกันอยู่บ้าง แค้นใหม่บัญชีเก่า ถึงเวลาจะนำปัญหาที่ไม่จำเป็นมาสู่คุณชาย”
เย่เฉินส่ายหน้า ไม่ได้พูดจา แต่ภายในใจกลับตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว
โจวเหลียงเวิ่นเห็นว่าเย่เฉินไม่ตอบอีก อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ กล่าวเปลี่ยนหัวข้อสนทนา: “คุณชาย นอกจากเหตุผลที่กระผมเข้าคุกแล้ว คุณจะต้องมีคำถามอีกมากมายที่อยากจะถามกระผมใช่ไหม?”
และตอนที่ตนได้รับ‘ตำราเก้าเสวียนเทียน’ ก็อายุยี่สิบเจ็ดปีแล้ว
ดังนั้น เขาอดไม่ได้ที่จะกล่าวถาม: “คุณอาโจว ผมอยากรู้ว่า เป็นคุณพ่อผมบอกคุณว่า ต้องรอให้ถึงตอนที่ผมอายุยี่สิบเจ็ดปี ค่อยนำ‘ตำราเก้าเสวียนเทียน’ให้ผมงั้นเหรอ?”
“ไม่ใช่”โจวเหลียงเวิ่นพูดถึงตรงนี้ ยากที่จะสะกดความตื่นเต้นในใจเอาไว้ กล่าวเสียงดัง: “ตอนนั้นที่คุณพ่อของคุณสั่งผมเอาไว้ก็คือ รอให้ตอนที่คุณเป็นมังกรเรืองอำนาจ ผมต้องนำ‘ตำราเก้าเสวียนเทียน’มอบให้ถึงมือคุณ ช่วยให้คุณเป็นมังกรทะยานขึ้นฟ้า พุ่งทะยานไกลเก้าหมื่นลี้! หนึ่งแสนเก้าหมื่นลี้! เก้าแสนลี้! เก้าล้านลี้ สิบล้านลี้!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...