เมื่อพูดถึงตรงนี้ บรูซ ไวน์สไตน์กล่าวด้วยสีหน้าที่เจ็บปวดต่อ: “หลังจากที่ผมตระหนักได้ว่าภรรยาของผมอาจจะทรยศผม จึงแอบติดกล้องวงจรผิดไว้ในบ้าน ตอนที่ผมหมดพักร้อน ตอนที่มุ่งหน้าไปยังสนามบินลาสเวกัสเตรียมตัวจะนั่งเครื่องบินไปนครนิวยอร์ก กล้องวงจรปิดได้จับภาพไอ้ระยำนั่นไปที่บ้านผม!”
เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะกล่าว: “เจ้าหมอนี่กล้ามากเกินไปแล้ว เขาถึงขนาดไม่รอให้เครื่องบินของนายบินขึ้น ก็อยากจะมั่วกับภรรยาของนายอย่างอดรนทนไม่ไหว”
บรูซ ไวน์สไตน์กำหมัดแน่น กล่าวด้วยความคับแค้นใจ: “นี่ก็คือสิ่งหนึ่งที่ผมโมโหมากที่สุด! พูดให้ถูก ผมยังไม่ถึงสนามบินเลย ไอ้ระยำนั่นก็มาถึงบ้านผมแล้ว!”
เย่เฉินกล่าวถามอย่างสงสัย: “หรือว่านายไม่เคยคิด ที่จะทวงคืนศักดิ์ศรีที่ผู้ชายคนหนึ่งพึงมี?”
บรูซ ไวน์สไตน์ร้องไห้ออกมาทันที กล่าวสะอึกสะอื้น: “ผมจะทำอะไรได้ละ......ต่อให้ผมโมโหมากกว่านี้ ก็ไม่มีทางจัดการกับตระกูลรอธส์ไชลด์ได้! พวกเขาร่ำรวยล้นฟ้า แต่ผม ปีหนึ่งก็แค่ทำเงินได้แค่ไม่กี่ล้านดอลลาร์เท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ผมถึงวัยกลางคน เป็นช่วงอายุที่จะหางานใหม่ได้ยากที่สุด ถ้าหากวันใดวันหนึ่งผมออกจากตระกูลรอธส์ไชลด์ ผมอาจจะหางานที่รายรับไม่ถึงสามแสนดอลลาร์ต่อปีได้แม้แต่งานเดียว เพื่อเงิน ผมทำได้แค่เพียงกลืนความโมโหลงท้องเท่านั้น”
เย่เฉินยิ้ม: “ถ้าอย่างนั้นนายก็เป็นพ่อพระจริงๆ”
พูดไป เย่เฉินถามอีก: “ใช่แล้ว ในเมื่อนายติดกล้องวงจรปิดเอาไว้ในบ้าน ก็ต้องบันทึกภาพที่แมตต์คนนั้นไปบ้านนายได้ แล้วนายได้ถ่ายเนื้อหาที่อะไรที่น่าตื่นเต้นกว่านี้เอาไว้บ้างไหม?”
“มี......”บรูซ ไวน์สไตน์กล่าวตามตรง: “ตอนนั้นผมได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดขนาดเล็ก ซ่อนเอาไว้ในปลั๊กไฟตรงข้ามหัวเตียงตัวหนึ่ง ถ่ายวิดีโอที่พวกเขาสองคนมั่วกันเอาไว้ได้”
บรูซ ไวน์สไตน์ในใจทั้งตกตะลึงทั้งหวาดกลัว โบกมือซ้ำๆด้วยจิตใต้สำนึก: “ต้องขออภัยคุณชายด้วย ผมไม่กล้าล่วงเกินตระกูลรอธส์ไชลด์จริงๆ อีกอย่างผมจะสูญเสียงานที่เงินเดือนต่อปีหลายล้านดอลลาร์นี่ไปได้......เมื่อเทียบกับเรื่องพวกนี้แล้ว ผมยอมที่ตัวเองจะไม่เป็นลูกผู้ชายดีกว่า......”
เย่เฉินน้ำเสียงเคร่งขรึม แอบปล่อยปราณทิพย์เข้าไปใส่เขา กล่าวจริงจัง: “บรูซ ไวน์สไตน์! นายต้องจำเอาไว้! นับจากตอนนี้เป็นต้นไป บนโลกใบนี้ ไม่มีเรื่องอะไรสำคัญไปกว่าการตามศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายของนายกลับคืนมาอีกแล้ว! ใครหน้าไหนกล้าดูถูกเหยียดหยามด้านศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของนายอีก ไม่ว่ามันจะเป็นใคร ไม่ว่ามันจะมีเงินมากขนาดไหน รวมทั้งมีตำแหน่งทางสังคมสูงขนาดไหน นายต้องสู้กับมันให้ถึงที่สุด! แม้ว่าราคาที่ร้ายแรงคือวันพรุ่งนี้ต้องตาย นายก็ต้องยืนหยัด ยืนหยัดจนตาย เป็นลูกผู้ชายที่แท้จริง! เข้าใจไหม?!”
บรูซ ไวน์สไตน์ก็จิตใจฮึกเหิมขึ้นมาทันที กล่าวเสียงดังด้วยอารมณ์บ้าคลั่ง: “ผมเข้าใจแล้ว!!!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...