ภายในห้องที่มืดมิด ทันใดนั้นก็มีเสียงของบุคคลที่สี่ดังลอยมา นี่ทำให้อีกสามคนตกใจทันที!
ตามแสงสลัวที่ลอดมาจากทางหน้าต่าง ทั้งสามคนสามารถมองเห็นเค้าโครงร่างของผู้ชายตรงหน้าได้ แต่เห็นใบหน้าของเขาไม่ชัดเจน
แต่ว่า คาดเดาจากรูปร่างและเสียง ผู้ชายคนนี้น่าจะค่อนข้างวัยรุ่น เพียงแต่ไม่รู้ว่าที่จริงแล้วเขามาปรากฏตัวอยู่ในห้องตั้งแต่ตอนไหน ท่าทางที่อวดดีแฝงไปด้วยความเยาะหยัน ทำให้ในใจของทั้งสามคนหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง
แต่ชายหนุ่มที่พูดจาคนนี้ ก็คือเย่เฉิน
ที่คฤหาสน์หลังนี้ไฟดับ ก็เป็นเพราะเย่เฉินใช้ปราณทิพย์ทำลายสายจ่ายไฟฟ้าทั้งสองเส้นที่อยู่ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำ
เย่เฉินรู้ว่าพวกเขามีอุปกรณ์ไฮเทคที่คอยเฝ้าระวังความปลอดภัยจำนวนมาก ดังนั้นถึงได้เลือกวิธีการตัดไฟนี้ ชาวบ้านธรรมดาไม่มีไฟฟ้าสำรอง พื้นที่คฤหาสน์ระดับไฮเอนด์แห่งมีสายจ่ายไฟฟ้าสองสายใช้หนึ่งสำรองหนึ่ง ก็นับว่าเป็นการจัดสรรระดับสูงของในพื้นที่พักอาศัย ทันทีที่สายไฟฟ้าทั้งสองเส้นขาด ที่พักอาศัยภายในระยะรัศมีหลายกิโลเมตรก็จะเข้าสู่ความมืดมิดทันที
หลังจากไฟดับ อุปกรณ์ไฮเทคเหล่านั้นก็สูญเสียประสิทธิภาพไป เย่เฉินเข้ามาในคฤหาสน์หลังนี้ ก็ราวกับเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่มีคน ไม่มีใครพบเจอเลยแม้แต่น้อย
แฮงค์ในเวลานี้ถึงตระหนักได้ว่า ที่แท้วัตถุประสงค์ที่อีกฝ่ายตัดไฟไม่ใช่วิลลาตระกูลโจว แต่เป็นศูนย์บัญชาการแนวหน้าแห่งนี้
เขาที่ตื่นตัวเป็นคนแรกสุด ควักปืนออกมาจากบริเวณเอวโดยจิตใต้สำนึก นำปืนจ่อไปที่เย่เฉิน ไม่ถามไร้สาระมาก เหนี่ยวไกปืนทันที
แต่ที่น่าประหลาดก็คือ ไกปืนกลับราวถูกใส่เซฟตี้เอาไว้ ถึงแม้ว่าจะสามารถขยับได้ แต่ก็ขยับได้แค่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ไม่สามารถขยับนกสับของปืนได้
เย่เฉินขมวดหว่างคิ้ว ตบเข้าไปที่บนใบหน้าของเขาทีหนึ่ง ทำให้ฟันกรามด้านในของเขาหลุดไปสี่ห้าซี่
สตีฟถูกตบจนก้นจ้ำเบ้าพื้น ไม่สนใจความเจ็บปวดที่ทะลุถึงหัวใจ พ่นฟันที่หักปนเลือดออกมาจากปาก เขาถูกเลี้ยงดูอย่างเอาอกเอาใจมาทั้งชีวิต เคยได้รับการล่วงเกิดแบบนี้ที่ไหน กล่าวด้วยความโกรธแค้นเป็นอย่างยิ่ง: “แกรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร? ถึงได้กล้าทำกับชั้นแบบนี้!”
เย่เฉินกล่าวอย่างเหยียดหยาม: “ก็เพราะฉันไม่รู้ว่าแกเป็นใคร ดังนั้นถึงได้ให้แกแนะนำตัวเอง แล้วก็ฉันเป็นคนไม่ค่อยมีความอดทนเท่าไหร่ ถ้ายังไม่ตอบคำถามฉันอีกละก็ ฉันจะเอาชีวิตแก อย่างไรก็ตามพวกแกสองคนเหลือพยานปากที่รอดชีวิตแค่คนเดียว ก็เพียงพอสำหรับฉันแล้ว”
พูดจบ เย่เฉินจ้องมองสองคนพ่อลูก กล่าวเสียงเย็นชา: “ถ้าหากพวกแกไม่อยากให้ข่าวว่าตัวเองนอนตายบนถนนเป็นข่าวพาดหัวในวันพรุ่งนี้ ทางที่ดีก็ให้ความร่วมมืออย่างว่าง่าย!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...