เย่เฉินยิ้มเล็กน้อยทันที: “ถ้าหากคุณพ่อของนายรู้ว่านายช่วยคนนอกนำซื่อฟางเป่าจ้วงส่งออกนอกสหรัฐอเมริกาเพียงเพื่อให้ตนเองได้นั่งตำแหน่งผู้สืบทอดอันดับหนึ่งได้อย่างมั่นคงละก็ จะต้องโมโหเป็นอย่างยิ่งแน่นอนใช่ไหมล่ะ?”
“ไม่เพียงแค่โมโห......” สตีฟกล่าวอย่างทอดถอนใจ: “ผมกลัวว่าเขาจะเอาชีวิตผม! คุณไม่รู้หรอกว่า เขาเห็นซื่อฟางเป่าจ้วงสำคัญมาก ในสายตาเขา สิ่งเดียวบนโลกใบนี้ที่สำคัญยิ่งกว่าซื่อฟางเป่าจ้วง ก็น่าจะเป็นชีวิตของเขาเองแล้ว นอกนั้น ไม่มีสิ่งไหนสำคัญไปกว่าซื่อฟางเป่าจ้วงอีกแล้ว”
เย่เฉินพยักหน้า: “ในเมื่อเป็นแบบนี้ ถ้าอย่างนั้นพวกเรามาคุยเรื่องความร่วมมือกันเถอะ”
สตีฟรีบกล่าว: “คุณชายเชิญพูด! ขอเพียงแค่อยู่ในขอบเขตความสามารถของผม ผมจะทุ่มเทกำลังอย่างเต็มที่แน่นอน!”
เย่เฉินกล่าว: “ผมสามารถไว้ชีวิตนายกับลูกชายของนายสักครั้ง แต่พวกนายต้องคิดหาหนทางพาฉันกับซื่อฟางเป่าจ้วงส่งออกสหรัฐอเมริกาพร้อมกัน เพื่อเป็นการตอบแทน ผมจะนำซื่อฟางเป่าจ้วงกลับไปที่หัวเซี่ย นำมันมอบคืนให้แก่รัฐบาลหัวเซี่ยในสภาพสมบูรณ์ หากเป็นเช่นนี้ นายเองก็สามารถเป็นผู้สืบทอดอันดับหนึ่งของนายได้อย่างสบายใจไร้กังวลต่อไปได้”
สตีฟกล่าวโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย: “คุณชาย ความร่วมมือที่คุณพูด ผมไม่มีข้อคิดเห็นใดๆ แน่นอน เพียงแต่ผมกังวลว่าไม่สามารถส่งคุณออกสหรัฐอเมริกาได้ในช่วงระยะอันสั้นนี้ ตอนนี้ทั้งตระกูลเอาแต่พยายามคิดหาหนทางทุกอย่างเพื่อปิดล้อมนครนิวยอร์กเอาไว้จนกลายเป็นถังเหล็ก ถ้าหากคืนนี้เฮลิคอปเตอร์บินออกไปไม่ได้ ผมทำได้แค่เพียงรอโอกาสอื่นเท่านั้น”
ในเวลานี้เอง เสียงคำรามของเฮลิคอปเตอร์ดังลอยมาแต่ไกลๆ ตาของเย่เฉินเปล่งประกายทันที เอ่ยปากกล่าว: “ลูกชายนายกลับมาแล้ว”
สตีฟกล่าวด้วยจิตใต้สำนึก: “แต่หวังว่าพวกเขาจะไม่เจอเรื่องยุ่งยาก!”
หลังจากผ่านไปหลายนาที แฮงค์กับรอยซ์กลับมาถึงที่ห้องที่เย่เฉินอยู่
ทันทีที่ทั้งสองคนเดินเข้าประตูมา สตีฟก็ถามอย่างอดรนทนไม่ไหว: “เป็นยังบ้าง? มีคนขวางพวกนายไหม?”
“มี......” รอยซ์กล่าวด้วยความคับแค้นใจ: “เรดาร์สภาความมั่นคงแห่งชาติได้ล็อกน่านฟ้าภายในพื้นที่ปิดล้อมเอาไว้แล้ว ทันทีที่เฮลิคอปเตอร์ของพวกเราเข้าไปใกล้บริเวณริมพื้นที่ปิดล้อม พวกเขาก็จะใช้วิทยุสื่อสารเตือนพวกเราว่าน่านฟ้า ณ ตอนนี้เนื่องจากปัญหาความปลอดภัยของประเทศได้ห้ามให้เฮลิคอปเตอร์ที่ไม่ใช่ของภาครัฐขึ้นบินแล้ว ยังไงขอให้พวกเราลงจอดในพื้นที่ที่พวกเขากำหนดเพื่อรับการตรวจสอบ ผมแจ้งตัวตนไป หลังจากที่อีกฝ่ายตรวจสอบความถูกต้อง ถึงไม่ได้พยายามเรียกร้องให้พวกเราลงจอดเพื่อตรวจสอบ และร้องขอให้พวกเราอยู่ห่างจากเขตชายแดนของพื้นที่ปิดล้อม”
เขาย่อมอยากจะนำซื่อฟางเป่าจ้วงออกจากสหรัฐอเมริกาโดยเร็วที่สุด แต่ว่า ต่อให้ตนมีความสามารถมากขนาดไหน แล้วก็ไม่มีทางที่จะบินหรือมุดดินหนีได้ อยากจะออกจากสหรัฐอเมริกา ถ้าไม่นั่งเครื่องบินหรือว่าโดยสารเรือ ก็ต้องนั่งรถไปที่แคนาดาหรือว่าเม็กซิโก
แต่ว่า สิ่งที่ยากที่สุดในตอนนี้ก็คือ ทุกคนที่ตั้งด่าน ต่างก็สวมใส่เครื่องบันทึกที่สามารถซิงโครไนซ์ออนไลน์อยู่ตลอดเวลา ทุกสิ่งที่พวกเขาเห็นจะถูกอัปโหลดไปยังเซิร์ฟเวอร์คลาวด์พร้อมกันทันที ตนฝ่าออกไปนั้นง่ายดายมาก แต่จะต้องเปิดเผยตัวตนอย่างแน่นอน
เพียงอิทธิพลจากรอธไชลด์ที่มีต่อหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ทันทีที่เขาเปิดเผยตัวตน รัฐบาลของสหรัฐอเมริกาก็จะพยายามจับกุมตนเอาไว้ ถึงเวลานั้น เกรงว่าตนจะถูกตำรวจอาชญากรรมนานาชาติของสหรัฐอเมริกาออกหมายจับไปทั่วโลก
นับตั้งแต่วินาทีนั้นที่ถังซื่อไห่ตามหาเย่เฉินอีกครั้งเป็นต้นมา เย่เฉินก็พยายามปิดบังตัวตนของตนเองมาโดยตลอด แม้แต่เซียวชูหรันบัดนี้ยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย และรวมทั้งศัตรูผู้ซ่อนเร้นอย่างอู๋เฟยเยี่ยน ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ถึงการมีอยู่ของเขา ถ้าหากในเวลานี้พลาดไปเพียงนิด เป็นไปได้สูงที่จะทำให้ความพยายามทั้งหมดก่อนหน้านี้ของตนสูญเปล่า ถึงขนาดเป็นการผลักตนเองและคนรอบตัวลงเหวลึก
ดังนั้น เย่เฉินรู้ดีมากเช่นกันว่า ตนเองไม่สามารถฉกฉวยโอกาส สู้กับโชคชะตา จะต้องตามาหาวิธีการที่เชื่อถือได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...