ในตอนนี้ อู๋เทียนหลินผู้สืบทอดสายตรงของตระกูลอู๋ในสำนักงานใหญ่ขององค์กรพั่วชิงที่อยู่ห่างไกลในแอนตาร์กติกา ก็ได้ให้ความสนใจกับข่าวที่ชวนสงสัยนี้
ดังนั้น เขาจึงรีบเดินมาที่หน้าประตูห้องเก็บตัวถือศีลของอู๋เฟยเยี่ยน ลังเลอยู่ชั่วครู่ แต่แล้วก็เคาะประตูห้อง
ตั้งแต่หนีหัวซุกหัวซุนกลับมาจากหัวเซี่ยในครั้งนั้น อู๋เฟยเยี่ยนก็แทบไม่ออกไปไหนเลย
สามร้อยกว่าปีมานี้ เธอไม่เคยรู้สึกขาดความมั่นคงแบบนี้มาก่อน การโจมตีอย่างฉับพลันนี้ ทำเธอรู้สึกหวาดวิตกไปชั่วขณะ
เมื่อรู้ว่าอู๋เทียนหลินมาหา เดิมทีเธอไม่ต้องการจะเจอ แต่เมื่อมาคิดอย่างถี่ถ้วน อู๋เทียนหลินนั้นเป็นคนที่หนักแน่น หากไม่มีเรื่องสำคัญที่ต้องมารายงานตัวเอง ก็คงไม่มารบกวนเวลาของตัวเองแบบนี้
ดังนั้น เธอก็โบกมือไปในอากาศ ประตูหินหนักๆก็ถูกเปิดออก
อู๋เทียนหลินเดินเข้ามาอย่างเคารพนบนอบ เห็นร่างของอู๋เฟยเยี่ยนที่นั่งขัดสมาธิอยู่หลังผ้าม่านผืนบาง พูดเสียงกระซิบว่า“ผู้มีพระคุณ ผมมีเรื่องจะรายงานครับ……”
อู๋เฟยเยี่ยนพยักหน้า พูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยือกว่า“พูดมาสิ”
อู๋เทียนหลินพูดขึ้นว่า“หลายวันมานี้ ตระกูลรอธส์ไชลด์มีพฤติกรรมที่ผิดปกติ ผมคิดว่ามันต้องมีอะไรแปลกๆเป็นแน่ ”
อู๋เฟยเยี่ยนเค้นเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ แล้วพูดว่า“ตระกูลรอธส์ไชลด์……ก็แค่ตระกูลที่รู้จักวิธีหาเงินเท่านั้น จะมีเงินมากแค่ไหนก็เป็นแค่มด ไปสนใจพวกเขาทำไม?”
อู๋เทียนหลินคุกเข่าลงด้วยความตื่นเต้น ยกมือคารวะแล้วพูดว่า“ขอบคุณผู้มีพระคุณ!”
อู๋เฟยเยี่ยนเอ่ยถาม“แล้วก็ ช่วงนี้ ท่านเอิร์ลจงหย่งอยู่ที่ไหน ?”
อู๋เทียนหลินรีบตอบกลับไปว่า “เรียนผู้มีพระคุณ ก่อนหน้านั้นท่านให้ท่านเอิร์ลจงหย่งยุติการตรวจสอบแบล็ควอเตอร์ องค์กรพั่วชิงทั้งหมดให้เก็บตัวสามเดือน ในตอนนั้นท่านเอิร์ลจงหย่งอยู่ที่นอร์ทแคโรไลนาในสหรัฐอเมริกา และก็เป็นสำนักงานใหญ่ของแบล็ควอเตอร์ ช่วงนี้ก็เก็บตัวเงียบ แต่ตำแหน่งของเขาก็ไม่ได้หายไปจากที่นี่แต่อย่างใด ”
อู๋เฟยเยี่ยนพยักหน้า“ในเมื่อเขาเองก็อยู่สหรัฐอเมริกา ก็ให้เขาไปหาเฉินจื้อหมิน ถึงแม้เฉินจื้อหมินจะมีความกล้าหาญและไหวพริบ แต่ก็ยังไม่แข็งแกร่งพอ ของที่แม้แต่ตระกูลรอธส์ไชลด์ก็ยังหาไม่เจอ ฉันว่าเขาเองก็น่าจะลำบาก หากมีท่านเอิร์ลจงหย่งคอยช่วยเหลือ โอกาสในความสำเร็จก็ยิ่งจะมีมากขึ้น”
อู๋เทียนหลินตอบกลับด้วยความเคารพในทันที“ได้ครับผู้มีพระคุณ ผมเข้าใจแล้ว จะรีบไปแจ้งพวกเขาเดี๋ยวนี้ !”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...