ตั้งแต่ตระกูลอานได้เจอกับท่านเอิร์ลฉางเซิ่งที่หัวเซี่ย หลังจากนั้นท่านเอิร์ลฉางเซิ่งก็ได้ระเบิดตัวเองจนเสียชีวิต ตระกูลอานก็ไม่เคยกลับไปที่นครนิวยอร์กอีกเลย
และก่อนหน้านั้นการพูดคุยโทรศัพท์กันของน้าสาวอานโยวโยวกับน้าเขยเฉินจื้อหมิน คนตระกูลอานรวมไปถึงเย่เฉิน ต่างก็รู้สึกได้ว่าน้าเขยคนนี้มีอะไรแปลกๆ
แต่เนื่องจากต่างก็อยู่ห่างไกลกัน และลูกสาวของน้าสาวก็ยังใช้ชีวิตอยู่กับเฉินจื้อหมินที่นครนิวยอร์ก ดังนั้นทุกคนต่างรู้กันอยู่แก่ใจโดยไม่พูดมันออกมา และต่างก็ไม่ได้ทำอะไรที่นำไปสู่การมองหน้ากันไม่ติด
ในตอนนี้ตัวตนของเฉินจื้อหมินต่อสาธารณชน ก็ยังคงเป็นลูกเขยของตระกูลอาน
ยิ่งไปกว่านั้น ครอบครัวของตระกูลอานก็ไม่ได้อยู่ที่สหรัฐอเมริกา เขาก็ถึงสถาปนาตัวเองว่าเป็นตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวในตอนนี้ของตระกูลอานที่พำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกา และก็ถือเป็นผู้มีอำนาจและอิทธิพลในชั่วขณะหนึ่ง
แต่ทว่าภายในใจของเฉินจื้อหมินก็รู้ตัวเองดี ตระกูลอานในตอนนี้กำลังโยกย้ายและถ่ายโอนธุรกิจและส่วนสำคัญของตัวเองอยู่ ค่อยๆโอนทรัพย์สินในสหรัฐอเมริกาไปยังหัวเซี่ย ต่อให้ทั้งสองฝ่ายไม่ถึงขั้นมองหน้ากันไม่ติด รออีกสักสองสามปี ตัวเองก็คงถึงคราวที่จะถูกตระกูลอานดึงฟืนที่กำลังเผาไหม้ออกจากใต้หม้อ
ที่ทำเอาเขากับอู๋เฟยเยี่ยนต้องกลัดกลุ้มก็คือ ในสถานการณ์ที่วิกฤติเช่นนี้ ตระกูลอานกลับได้บรรลุความร่วมมือด้านการลงทุนในเชิงลึกระยะยาวกับหัวเซี่ย และยังได้รับการสนับสนุนจากทางการอีก องค์กรพั่วชิงในตอนนี้ ก็ไม่กล้าที่จะลงมือทำอะไรกับตระกูลอาน
ยิ่งไปกว่านั้น นับตั้งแต่ที่อู๋เฟยเยี่ยนหนีเตลิดจากหัวเซี่ยมาในครั้งนั้น เธอก็ให้องค์กรพั่วชิงทั้งหมดเก็บตัวเงียบ และไม่มีความคิดที่จะไปสร้างปัญหาให้ตระกูลอานอีก
เฉินจื้อหมินในตอนนี้ กำลังนั่งอยู่ภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของอานฉี่ซานคุณท่านอานในอาคารอานปาง เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ของเจ้านายอานฉี่ซานอย่างเกียจคร้าน สองขาวางพาดอยู่บนที่โต๊ะทำงาน ในปากก็คาบซิการ์คิวบาอยู่
ในขณะที่เขากำลังเพลิดเพลินกับซิการ์อย่างสบายใจอยู่นั้น บนหน้าจอมือถือจู่ๆก็ได้รับการแจ้งเตือน
ได้รับการแจ้งเตือนนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่การแจ้งเตือนนี้ไม่ธรรมดา
เพราะข้อความนี้ เป็นการแจ้งเตือนจากองค์กรพั่วชิงที่ส่งมายังซอฟต์แวร์ของตัวเอง
ได้รับการแจ้งเตือนจากมัน ก็หมายถึงองค์กรกำลังเรียกตัวอยู่
ในช่วงระยะเวลานี้ โทรศัพท์มือถือของเฉินจื้อหมินไม่เคยได้รับข้อความใดๆขององค์กรพั่วชิงเลย เพราะต่างต้องเก็บตัวกันทุกคน คนในสำนักงานใหญ่และคนอื่นๆก็ไม่ติดต่อมาหาเขา และระยะเวลาของการเก็บตัวในสามเดือนนี้ก็ยังไม่ครบกำหนด จู่ๆได้รับข้อความ ก็หมายความว่าต้องมีเหตุฉุกเฉินเร่งด่วนอย่างมากแน่นอน
ดังนั้น เขาจึงกดปุ่มตอบรับในทันที แล้วเข้าสู่ระบบ บนหน้าหลักของซอฟต์แวร์มีกล่องข้อความ ด้านหน้าปรากฏชื่อของอู๋เทียนหลิน
จากนั้นเขาก็รีบนั่งตัวตรง กดปุ่มตกลงเพื่อตอบรับ ซอฟต์แวร์ก็มีหน้าต่างของวิดีโอคอลโผล่ขึ้นมา อู๋เทียนหลินที่อยู่ปลายสายพูดขึ้นว่า“จื้อหมิน ผู้มีพระคุณมีภารกิจสำหรับนาย”
เฉินจื้อหมินพูดอย่างไม่ลังเล “ท่านอู๋ เชิญพูดมาได้เลยครับ ผมจะตั้งใจฟังด้วยความเคารพนับถือครับ!”
เฉินจื้อหมินรู้สึกว่า สี่ท่านเอิร์ลนั้นเหมือนจะดวงซวยเอามากๆ ปรกติก็คิดว่าตัวเองเก่ง แค่ไม่กี่เดือนก็ตายไปแล้วสองสูญหายอีกหนึ่ง หากตัวเองได้ร่วมงานกับท่านเอิร์ลจงหย่ง ไม่แน่ว่าเขาอาจจะนำพาความซวยมาให้ได้
แต่ว่า ตำแหน่งของอู๋เทียนหลินในองค์กรพั่วชิงนั้นก็สูงอย่างมาก หากอู๋เฟยเยี่ยนเป็นผู้อาวุโสในตระกูลที่อายุยืนยาวแล้ว อย่างนั้นอู๋เทียนหลินก็คือผู้ช่วยมือหนึ่งของผู้อาวุโสในตระกูล เรื่องที่เขาสั่งกำชับกับตัวเอง ตัวเองก็ย่อมจะปฏิเสธไม่ได้
ดังนั้นเขาจึงตอบรับด้วยความเคารพว่า“ได้ครับท่านอู๋ ผมเข้าใจแล้วครับ!”
อู๋เทียนหลินตอบอืมกลับมาคำหนึ่ง แล้วสั่งกำชับว่า“รีบไปตามสืบมาโดยเร็ว ผู้มีพระคุณเองก็รออยู่เช่นกัน หากนายให้คำตอบที่ล่าช้า ระวังผู้มีพระคุณจะลงโทษเอาได้ ”
“ไม่ครับไม่แน่นอน !ผมจะรีบดำเนินการโดยเร็วที่สุด!” เฉินจื้อหมินรับปากซ้ำๆ หลังจากที่วางสายไปก็รีบให้คนไปตามสืบอย่างเร็วในทันที
อันที่จริง การตามหาซื่อฟางเป่าจ้วงของตระกูลรอธส์ไชลด์ ในระบบของกรมตำรวจนครนิวยอร์กกับเอฟบีไอนั้น ก็ไม่ได้เป็นความลับอะไรอีกต่อไปแล้ว
เพราะว่า ฮาวเวิร์ดได้ใช้สิทธิพิเศษทั้งหมดที่มีมาปิดล้อมทั้งนครนิวยอร์กเอาไว้ ก็เพื่อตามหาซื่อฟางเป่าจ้วงนั้นให้เจอ ดังนั้นเขาจำต้องให้คนที่ตัวเองต้องการจะใช้งานเหล่านี้ ได้รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองต้องการจะตามหานั้นมันคืออะไร
ดังนั้นเขาจึงได้ส่งข้อมูลรูปภาพและรายละเอียดของซื่อฟางเป่าจ้วงให้กับทุกๆคนในหน่วยงานที่ร่วมมือกับเขาเพื่อทำการปิดล้อมนครนิวยอร์ก ค้นหาเป่าจ้วงนี้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...