ต่อมา เขาก็เลยรีบหัวเราะฮิๆให้หลี่เสี่ยวเฟิน: “โธ่เอ๋ย เสี่ยวเฟินเธออย่าเข้าใจผิดนะ ฉันก็แค่ล้อเล่นกับเย่เฉินเฉยๆ พวกเราสองคนเธอก็ไม่ใช่ไม่รู้ เมื่อก่อนเราก็ล้อเล่นกันแบบนี้ประจำ แต่ความจริงแล้วความสัมพันธ์ของเราสองคนดีมากเลยนะ!”
หลี่เสี่ยวเฟินร้องฮื้อออกมา หันไปทางอื่นและไม่สนใจเขา
ขณะเดียวกัน มีหญิงวัยกลางคนที่มีใบหน้าที่อ่อนโยน และผมที่ขาวปนดำได้เดินออกมาจากหน้าประตูสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เมื่อเห็นทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า: “ อ้าว พวกเธอไม่ได้ไปที่ร้านอาหารหรือ? ทำไมยังยืนอยู่ที่หน้าประตู?”
ทุกคนได้รีบหันไปมอง และตกใจเมื่อรู้ว่า คนที่พูดก็คือป้าหลี่ที่หายป่วย
ขณะนี้ใบหน้าของป้าหลี่ปรากฏรอยยิ้มที่จริงใจ เธอมองไปหาทุกคน ใจของป้าก็รู้สึกอุ่นใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเย่เฉิน ป้าหลี่ไม่เพียงรู้สึกอุ่นใจ ยังรู้สึกขอบคุณเขาด้วย
ขณะเดียวกัน ทุกคนก็ใช่สายตาที่กระตือรือร้นและตื่นเต้นมองไปหาป้าหลี่
เย่เฉินมีความรู้จากตำราเก้าเสวียนเทียนค่อยช่วย เขาเลยสามารถมองและรู้ว่า ตอนนี้ป้าหลี่ได้หายป่วยอย่างสิ้นเชิงแล้ว และสภาพร่างกายก็แข็งแรงดี
ตอนนี้ใจของเขารู้สึกชื่นใจอย่างไร้ที่สิ้นสุด และอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ ถ้าตอนนั้นตัวเองได้ตำราเก้าเสวียนเทียนเร็วหน่อยป้าหลี่อาจจะไม่ต้องผ่าตัดเปลี่ยนไต เพียงแค่ยาย้อนอายุวัฒนะเม็ดเดียวก็สามารถรักษาโรคทั้งหมดของป้าให้หายได้แล้ว แถมยังทำให้ป้าหลี่อ่อนวัยขึ้นหลายปีหรือหลายสิบปีเลยนะ
และป้าหลี่ก็เหมือนกัน สำหรับเธอแล้ว เด็กทุกคนที่อยู่ตรงหน้า ก็เหมือนลูกแท้ๆของเธอ เธอรักและห่วงใยมาก ป้าหลี่ยังใช้เวลาของชีวิตทั้งหมด มอบให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
ถึงจะไม่เคยคิดว่าจะให้เด็กเหล่านี้ตอบแทนบุญคุณ และกตัญญูกับเธอ แต่ตอนนี้ทุกคนได้มาเยี่ยมเธอ เธอก็ได้พยักหน้าไม่หยุด รู้สึกชื่นใจอย่างมาก
เพื่อนๆ ที่เคยอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าได้ตรงเข้าไปถามถ่ายเรื่องความเป็นอยู่และสุขภาพของป้าหลี่
ในนี้ก็มีคนถามด้วยความห่วงใยจากใจ บางคนก็ถามเพราะต้องทำตามคนอื่น
โดยเฉพาะตอนที่เธอป่วย ค่ารักษาที่มหาศาล ถึงขั้นที่ครอบครัวของเธอเองก็ทำได้แค่มองแต่ทำอะไรไม่ได้ คิดไม่ถึงว่าตอนนั้น จะเป็นเย่เฉินที่ฟันฝ่าอุปสรรคมาช่วยเธอ
ถ้าไม่มีเขา เธอคงตายไปนานแล้ว
ที่สำคัญที่เธอสามารถไปรักษาที่โรงพยาบาลเซี๋ยเหอ ก็เป็นเพราะเย่เฉินช่วยเธอเปิดรับบริจาคเงิน ในส่วนลึกในใจของป้าหลี่ก็เลยมีความขอบคุณที่มีต่อเย่เฉิน
ความรู้สึกในใจของของเธอที่มีต่อเซียวซูหรันก็เหมือนกัน ถ้าไม่ใช่เซียวซูหรันช่วยเย่เฉินรับบริจาคเงิน เธอคงไม่ได้อยู่ถึงตอนนี้แน่เลย
ดังนั้น ป้าหลี่ที่มองเซียวซูหรัน ก็เหมือนมองลูกสะใภ้ของตัวเองแล้วพูดชื่นชมว่า: “ซูหรัน เธอสวยกว่าเดิมนะ ช่วงนี้เย่เฉินไม่ได้สร้างปัญหาให้เธอใช่มั้ย? พวกเธอสองคนเป็นคู่ที่ป้าชอบที่สุด พวกเธอต้องให้เกียรติซึ่งกันและกันนะ และใช้ชีวิตด้วยกันดีๆ อย่าให้คนอื่นมาว่าได้นะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...