เมื่ออีกฝ่ายได้ยินว่ารถของเขาเสีย ก็บ่นพึมพำว่าเขาทำเรื่องได้ไม่น่าเชื่อถือ
หลิ่วจ้าวเฉินทำได้เพียงพูดด้วยน้ำเสียงต่ำต้อยว่า “ผู้อาวุโสหลิว รถที่ผมทำนี่ตัวรถมันก็เก่ามากแล้วครับ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ แต่ว่าตอนนี้ผมอยู่ห่างจากเมืองซูหางแค่ไม่กี่สิบกิโลเมตร ไม่ไกลเท่าไรครับ รบกวนคุณมารับหน่อยเถอะครับ”
อีกฝ่ายถึงบ่นพึมพำขึ้นว่า “ถ้าไม่เห็นว่าครั้งนี้สินค้ามีมากล่ะก็ ผมจะช่างแม่งให้หมดทั้งกลุ่มเลย”
พูดจบ อีกฝ่ายก็พูดอีกว่า “เอาโลเคชั่นของนายส่งมาในวีแชท ผมจะไปเดี๋ยวนี้”
……
ในเวลานี้เอง เจ้าสำนักของสำนักขอทานอย่างเซวหนานซานและหลี่ข่ายลี่ภรรยาของเขา เพิ่งจะพาลูกสาวออกมาจากคฤหาสน์ตระกูลอู๋
ช่วงกลางวันนี้ เป็นวันเกิดพี่สาวของเซวหนานซาน หรือก็คือเซวหย่าฉินภรรยาของอู๋ตงไห่
เมื่อก่อนเซวหย่าฉินต้องจัดงานวันเกิดให้สำหรับเซวหนานซานเป็นพิเศษ แต่ในปีนี้เมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์พิเศษของอู๋ฉีลูกชายของเธอ เธอเลือกที่จะอยู่บ้านและเตรียมอาหารกลางวันสุดแสนธรรมดาสักมื้อ
งานเลี้ยงครั้งนี้ไม่ได้เชิญแขกมาเลย นอกจากคนในครอบครัวแล้ว ก็มีแค่น้องชายกับภรรยาของน้องชาย แล้วก็หลานสาวของบ้านน้องชาย
เวลาผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว อู๋ฉียังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน ที่จะต้องเติมอาหารเพิ่มทุกหนึ่งชั่วโมง
ดังนั้นในระหว่างงานเลี้ยงนี้ อู๋ฉีหายตัวไปประมาณ20 นาที ทุกคนต่างก็รู้ว่าเขากำลังไปเพิ่มอาหาร แต่ทุกคนบนโต๊ะอาหารค่ำก็ไม่กล้าที่จะพูดออกไป
หลังจากงานเลี้ยงวันเกิดจบลง ครอบครัวเซวหนานซานทั้งสามคนกำลังเตรียมตัวกลับบ้าน
เซวหย่าฉินพี่สาวของเขาพาเขามาถึงที่จอดรถของคฤหาสน์
เซวหย่าฉินพูดกับหลี่ข่ายลี่ภรรยาของน้องชายขึ้นอีกว่า “ข่ายลี่ เธอเพิ่งจะตั้งครรภ์ เรื่องของสำนักขอทานเธอก็อย่าเพิ่งยื่นมือเข้าไปยุ่งล่ะ อยู่บ้านบำรุงครรภ์ดีๆไปเถอะ อีกสองเดือนไปตรวจบีอัลตราซาวด์ เพื่อดูว่าเป็นชายหรือหญิงซะ”
หลี่ข่ายลี่รีบพยักหน้า แล้วพูดอย่างเคารพว่า “ได้ค่ะพี่ ฉันทราบแล้ว พี่วางใจเถอะ”
เซวหย่าฉินอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ และพูดด้วยอารมณ์ว่า “ตระกูลเซวของเรา ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือสมาชิกเจริญรุ่งเรืองไม่มากพอ ให้กำเนิดเด็กแค่สองคนคือฉันกับเซวหนานซาน มีแค่หนานซานเป็นลูกชายแค่คนเดียว เธอกับหนานซานก็มีลูกสาวแค่คนเดียว ต้องรีบกำเนิดลูกชาย แล้วก็จะให้กำเนิดแค่คนเดียวไม่ได้ ทะนุถนอมช่วงวัยรุ่นนี้ไว้ อย่างน้อยก็ต้องมีบุตรสองคนเพื่อสือบทอดตระกูลเซว”
หลี่ข่ายลี่รีบพูดว่า “พี่วางใจเถอะค่ะ ฉันจะต้องมีลูกชายเพื่อสืบทอดตระกูลเซวแน่นอนค่ะ!”
------------

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...