สองพ่อลูกตระกูลเว่ย กำลังเพ้อฝันว่าจะได้มีชีวิตที่พลิกผัน ทันใดนั้นลมหนาวพัดผ่านภูเขาฉางไบ พัดจนทำให้ทั้งสองคนตัวสั่น
เว่ยหย่งเจิ้งถอนหายใจเฮือกหนึ่ง: “โอเค ลมที่นี่มันแรงเกินไป ลมกระโชกแรงไปทั้งตัวเลย เรารีบไปกันเถอะ”
“ครับ!” เว่ยฉางหมิงก็รู้สึกหนาวจับกระดูก รีบหดคอลง ลุกขึ้นปัดหิมะที่ก้น และก็ยื่นมือไปจับพ่อของเขาอีกครั้ง
ต้องบอกเลยว่า สองพ่อลูกพึ่งพาอาศัยกันให้รอดที่ภูเขาฉางไบอยู่ช่วงเวลาหน่วง ความสัมพันธ์ดีกว่าเดิมไม่น้อย
เมื่อก่อน แม้ว่าเว่ยหย่งเจิ้งจะรักลูกชายคนนี้มาตลอด แต่จริงๆแล้วสำหรับคนเห็นแก่ตัวอย่างเขา เป็นเรื่องยากที่จะทำดีต่อคนๆหนึ่งมาจากก้นบึ้งจากจิตใจ
ดังนั้นเขาปฏิบัติตัวต่อเว่ยฉางหมิงก็แบบธรรมดาทั่วไป ซึ่งดีกว่าเว่ยเลี่ยง
เว่ยฉางหมิง เป็นลูกผู้ดีมีเงินคนหนึ่งมาตั้งแต่ไหนแต่ไร วันๆก็คิดแต่จะดื่มเหล้าและเที่ยวผู้หญิง ความสัมพันธ์กับพ่อของเขาก็ไม่ได้ใกล้ชิดกันมากนัก
สาเหตุหลักมาจากเว่ยฉางหมิงมักฟังแม่ของเขาตอนที่เขายังเด็ก พ่อไม่สนใจครอบครัว มัวแต่เลี้ยงผู้หญิงข้างนอก
ทำให้เว่ยฉางหมิงไม่พอใจพ่อตั้งแต่ยังเป็นเด็ก
แต่ เมื่อมาถึงภูเขาฉางไบ พ่อลูกต้องร่วมมือกันเพื่อความอยู่รอด นี่ก็ยังทำให้ทั้งสองละความอคติที่มีต่อกัน และพึ่งพาอาศัยกันมากขึ้นเรื่อยๆ
ใครๆต่างก็รู้ว่า ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ไม่สามารถสูญเสียอีกฝ่ายไปได้
ถ้าหากสูญเสียอีกฝ่ายไป คนที่เหลือก็คงไม่มีความกล้าหาญ และไม่มีความสามารถที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้
สองพ่อลูกเดินจากเนินเขาไปทางที่มีแสงระยิบระยับในระยะไกล
สถานที่ที่มีแสงสว่างก็คือหมู่บ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่ เดินมาจากเนินเขา ยังเหลืออีก 3-4 ไมล์
ขณะที่สองพ่อลูกกำลังเดินอยู่นั้น เว่ยฉางหมิงกล่าว: “พ่อ ไอ้นักล่าในป่า เมื่อวานล่ากวางโรเดียร์ได้ตัวหนึ่ง ได้ยินมาว่าเนื้อกวางโรเดียร์อร่อยมากเลย เดี๋ยวจะไปดูที่บ้านเขาหน่อยไหม? หาโอกาสขอเนื้อกวางโรเดียร์สัก 1 กิโลกรัม!”
“ขอเนื้อของเขาเหรอ?” เว่ยหย่งเจิ้งกล่าวอย่างถอนหายใจว่า: “ไอ้คนแซ่หลี่คนนั้นเป็นคนที่ขี้งกมาก ครั้งก่อนเขาล่าหมูป่าตัวใหญ่หนักกว่า 250 กิโลกรัม พ่อขอไส้หมูสักท่อน เขาก็ไม่ให้ จะให้พ่อจ่ายเงินให้ได้”
“โอเค ดูผมแล้วกัน!”
พูดแล้ว เว่ยฉางหมิงก็หยิบโสมมาชิ้นหนึ่ง ยัดใส่กางเกงในของตัวเอง
เมื่อโสมแช่แข็งเข้าไปอยู่ในกางเกงใน เย็นจนเขาร้องตะโกนออกมา
เว่ยหย่งเจิ้งกล่าวด้วยความขยะแขยงว่า: “ทำไมเอาไปยัดใส่ไว้ตรงนั้น? แล้วมันจะกินได้ยังไงล่ะ?”
เว่ยฉางหมิงกล่าว: “ไม่เป็นไร ล้างสักหลายๆรอบก็ได้แล้ว ถ้าไม่ยัดใส่เป้า เราก็จะซ่อนมันไม่อยู่ พวกเขาต้องค้นตัวแน่ พ่อเองก็รู้”
“ก็ได้!” เว่ยหย่งเจิ้งจำใจพูด: “งั้นกลับไปจะต้องล้างให้หลายๆรอบนะ ถ้าให้ดีควรลวกน้ำต้มสุก”
เว่ยฉางหมิงโบกมือ: “โธ่เอ๋ย พ่อไม่เข้าใจ โสมนี้มันลวกน้ำไม่ได้ งั้นคุณประโยชน์ของมันก็ไปอยู่ในน้ำกันพอดี”
------------

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...