พอเห็นหม่าหลันเดินถือไม้เท้าเข้ามา แล้วยังแบกกระเป๋าสะพายข้างใบใหญ่มาด้วย ข้าวของข้างในมากมาย
เย่เฉินก็รู้สึกว่า แม่ยายของตนเองจะต้องไปทำเรื่องอะไรไม่ดีอีกแน่
เซียวชูหรันเห็นแล้วถามด้วยความตกใจว่า “แม่คะ แม่ไปไหนมาแต่เช้า? หนูไม่เห็นแม่เลย”
หม่าหลันก็หัวเราะ แล้วพูดว่า “แม่ไปตลาดค้าส่งมา ซื้อของมานิดหน่อย!”
เซียวชูหรันก็พูดตักเตือนแม่ว่า “แม่คะ แม่ยังไม่หายเลย ยังต้องเดินถือไม้เท้าอยู่เลย ออกไปเดินมั่วไปได้อย่างไร”
“ไม่เป็นไรๆ ” หม่าหลันก็โบกปฏิเสธ แล้วพูดอย่างไม่สนใจว่า “อย่ามองว่าแม่เดินถือไม้เท้าแล้วจะไม่สะดวกนะ แต่แม่ชินเสียแล้วล่ะ อีกอย่างตอนนี้ขาของแม่ก็ไม่ปวดแล้ว เดินถือไม้เท้าจะเหนื่อยหน่อย ไม่เป็นไรหรอก”
เซียวชูหรันก็ถามอีกว่า “แม่ซื้ออะไรมาคะ ข้าวของเต็มไปหมดเลย? เหนื่อยรึเปล่า? ให้หนูช่วยถือเถอะ!”
หม่าหลันยิ้มพูดว่า “ไม่เหนื่อยๆ ข้างในเป็นหมวกทั้งนั้น ไม่หนักเท่าไรหรอก”
“หมวกหรือคะ? ” เซียวชูหรันก็ทำหน้าตาไม่เข้าใจ “แม่ซื้อหมวกมาทำไมเยอะแยะ? ถุงใหญ่ขนาดนี้มีกี่ใบกันละเนี่ย? ”
หม่าหลันก็ยิ้มร้ายๆ แล้วก็เปิดกระเป๋าซิปออก
เซียวชูหรันก็ยื่นหน้าเข้าไปมอง แล้วพบว่าในกระเป๋านั้น มีแต่สีเขียวๆ ทั้งนั้น
หม่าหลันก็เลยยื่นมือไปหยิบหมวกรูปแบบต่างๆ ออกมา หมวกพวกนี้ล้วนเป็นสีเขียว ไม่มีสีอื่นเลย
เซียวชูหรันก็ถามอย่างอึ้งๆ ว่า “แม่คะ......แม่ซื้อหมวกสีเขียวมาทำไมมากมายคะเนี่ย.....หมวกแบบนี้ใครจะใส่ล่ะคะเนี่ย.....”
หม่าหลันก็หัวเราะลั่น “แม่ซื้อหมวกสีเขียวแบบต่างๆ มา ไม่ได้เอามาใส่หรอก แต่จะเอาไปแขวนไว้ที่ระเบียง!”
“คลิปที่พวกย่าของแกอยู่ที่โรงพยาบาล แกก็เห็นแล้ว ไอ้สารเลวเซียวฉางเฉียนนั่น มันถูกเฉียนหงเย่นสวมเขาให้ เรื่องตลกแบบนี้ แม่จะปล่อยไปได้อย่างไรกันล่ะ? ”
“ห้องพวกมันสามารถมองเห็นระเบียงห้องแม่พอดี เดี๋ยวแม่จะเอาหมวกสีเขียวพวกนี้ไปแขวนไว้ที่ระเบียง ส่องไปยังห้องพวกมัน ให้เซียวฉางเฉียนได้เห็นหมวกสีเขียว20ใบทุกวัน ให้มันอกแตกตาย!”
เซียวชูหรันก็พูดอย่างอ่อนใจว่า “แม่คะ แม่จะไปติดใจเอาความอะไรกับคุณลุงด้วยล่ะคะ? เดิมทีเขาก็กลัดกลุ้มจะแย่อยู่แล้ว”
หลังจากที่ออกมาจากโรงพยาบาล เซียวฉางเฉียนก็แยกห้องนอนกับเฉียนหงเย่น
สาเหตุที่แยกห้องก็คือ ในใจของเขาไม่มีความรู้สึกอะไรกับเฉียนหงเย่นแล้ว
และในใจก็คิดตลอดว่าผู้หญิงอย่างเฉียนหงเย่นนี้สกปรก
ถ้าไม่ใช่เพราะอู๋ตงไห่ขอไว้ เขาก็คงหย่ากับเฉียนหงเย่นไปนานแล้ว ต่อให้ไม่ไปทำกับหย่าร้าง ก็คงจะถีบออกนอกบ้านไปแล้ว
แต่ว่าในเมื่อตอนนี้อู๋ตงไห่ออกหน้าแทนเฉียนหงเย่น เซียวฉางเฉียนก็ไม่อาจจะขัดความต้องการของเขาได้
หย่าร้างไม่ได้ แต่แยกห้องได้อยู่แหละ
ดังนั้น เขาก็เลยไล่เฉียนหงเย่นไปนอนที่ห้องชั้น1
------------

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...