เย่เฉินตอบรับคำหนึ่ง แล้วเอ่ยว่า “ได้ครับ เพียงแต่บันไดนี้ค่อนข้างชัน ตอนลงคุณระวังหน่อยนะ”
ซ่งหวั่นถิงยื่นมือนุ่มนิ่มออกมาอย่างเขินอาย ออกไปตรงหน้าเย่เฉิน พูดเสียงเบาหวิว “ปรมาจารย์เย่ รบกวนช่วยพยุงฉันลงไปหน่อยได้ไหมคะ? ไม่งั้นฉันเกรงว่าจะลื่นล้มเอา...”
อันที่จริง เธอไม่ได้กลัวจะลื่นล้มหรอก แต่อยากจะอาศัยโอกาสนี้ ใกล้ชิดสนิทสนมกับเย่เฉินให้มากขึ้นหน่อย
เย่เฉินเห็นว่าบันไดศิลานี้ยาวมากจริงๆ แถมยังชันมากด้วย ทอดยาวจากริมฝั่งยื่นตรงเข้าไปในชายหาด เด็กสาวตัวคนเดียวอย่างซ่งหวั่นถิง หากว่าลื่นล้มลงไปจริงๆ ล่ะก็ ผลลัพธ์คงเลวร้ายจนไม่อยากจะนึกถึงเลย
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงจับมือกระจ่างนวลเนียนของซ่งหวั่นถิงไว้ จูงเธอเดินอย่างระมัดระวัง ลงบันไดศิลาไป
ตอนนี้บนชายหาดก็ไม่มีใครเลยสักคน บนแม่น้ำมีเรือสองสามลำแล่นผ่านบ้างเป็นครั้งคราว เครื่องยนต์ดีเซลดังครึกๆ เสียงดังมาก แต่เมื่อแล่นบนผิวน้ำกลับไม่รู้สึกว่าหนวกหูสักเท่าไหร่
หลังจากมาถึงชายหาดแล้ว เย่เฉินก็ปล่อยมือของซ่งหวั่นถิง เงยหน้ารับสายลมเย็นฉ่ำบนแม่น้ำ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ที่นี่ไม่เลวเลยจริงๆ นะคะ”
ซ่งหวั่นถิงยิ้มน้อยๆ แวบหนึ่ง ทัดปอยผลไปไว้หลังหู เอ่ยไปว่า “ตอนยังเด็กฉันชอบมาที่นี่ที่สุดเลยค่ะ ตอนนั้นคุณพ่องานค่อนข้างยุ่ง ดังนั้นทุกวันล้วนเป็นคุณแม่ที่พาฉันมา”
พอพูดไปแล้ว เธอก็ถอนหายใจอย่างโศกหมองอยู่บ้าง เอ่ยต่อว่า “ตอนนั้น คุณแม่จะขับรถพาฉันมาจอดรถไว้ตรงนั้น จากนั้นก็เดินลงบันไดศิลามา จูงมือฉันอย่างระมัดระวังเหมือนที่คุณทำเมื่อกี้”
เย่เฉินหยักหน้านิดๆ
ช่วงที่ตนเติบโตขึ้นมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ก็มักจะนึกถึงพ่อแม่ของตนอยู่บ่อยครั้ง
ตอนเด็กๆ ยังไม่เข้มแข็งเท่าปัจจุบันนี้ ทุกครั้งที่นึกถึงพวกเขาตนจะซุกตัวอยู่ในโปงผ้าห่ม หรือไม่ก็ซ่อนตัวอยู่ในซอกมุมหนึ่งแล้วร้องไห้อย่างขมขื่น
แต่พอเวลาผ่านไปนานเข้า ตนก็ค่อยๆ เคยชินไปเสียแล้ว
ชีวิตที่ยากลำบากในวันวาน ทำให้เขาได้ทราบถึงหลักการอันล้ำค่ามากมาย
ซ่งหวั่นถิงผงกหัวนิดๆ กะพริบแพขนตาอันน่ามอง กล่าวไปว่า “ปรมาจารย์เย่คะ พวกเราไปเดินเล่นเลาะริมแม่น้ำกันเถอะค่ะ”
“ได้สิครับ” เย่เฉินตอบรับอย่างง่ายดาย แล้วเดินเล่นเลียบแม่น้ำเคียงข้างซ่งหวั่นถิง
เวลานี้เองซ่งหวั่นถิงแย้มยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นมาว่า “ใช่แล้วปรมาจารย์เย่คะ คุณยังจำเหตุการณ์ในครั้งแรกที่พวกเราพบกันได้ไหม?”
เย่เฉินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนสิครับ ตอนนั้นอยู่ที่จี๋ชิ่งถัง อดีตพ่อตาของผมพลั้งมือทำแจกันโบราณใบหนึ่งของพวกคุณแตก”
ซ่งหวั่นถิงพยักหน้า เอ่ยตอบ “ตอนนั้นฉันก็ถูกวิธีซ่อมแซมแจกันของคุณทำเอาตกตะลึงไปเลยค่ะ รู้สึกว่าเป็นเป็นได้ยังไงกันที่คนหนุ่มอายุน้อยคนหนึ่งจะเชี่ยวชาญทักษะการซ่อมแซมที่ขาดช่วงไปแล้วได้ คนๆ นี้ช่างร้ายกาจเหลือเกิน แต่ว่า ตอนนั้นต่อให้ฝันอยู่ฉันก็คาดไม่ถึงเลยค่ะว่า นั่นจะเป็นทักษะเล็กๆ น้อยๆ ของปรมาจารย์เย่เท่านั้น คุณช่วยเหลือฉันเอาไว้มากมายเหลือเกิน...”
------------

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...