สวีลี่ฉินเป็นคนที่เห็นแก่ผลประโยชน์
ไม่ว่าเรื่องใดๆ สิ่งเดียวที่เธอนึกถึง นั่นก็คือนำพาผลประโยชน์ให้ตนได้หรือไม่
ถ้าให้ผลประโยชน์กับเธอได้ ต่อให้เป็นคนเก็บขยะข้างถนนคนหนึ่ง เธอก็ยิ้มต้อนรับขับสู้ ปรนนิบัติอย่างดี
แต่ถ้าไม่มีผลประโยชน์ให้เธอ ต่อให้เป็นประธานาธิบดีของอเมริกา เธอก็ไม่สน
ดังนั้นถึงแม้เป็นภรรยาของเย่เฉิน ที่ขับรถราคากว่าร้อยล้าน มาส่งจางเสี่ยวม่านแต่งงาน สวีลี่ฉินก็ยังคงไม่เปลี่ยนความคิดที่มีต่อจางเสี่ยวม่าน
เธอรู้ว่าเกียรติยศสิ่งเหล่านี้เป็นแค่สิ่งจอมปลอม มีเพียงผลประโยชน์ที่ตกถึงมือจึงจะเป็นความจริง
ต่อให้จางเสี่ยวม่านรู้จักเพื่อนที่มีเงินแล้วไง? เงินนี้สามารถให้ฉันได้สักแดงมั้ย? เธอดูแลธุรกิจของครอบครัวเราได้มั้ย? เธอทำให้ครอบครัวของเราสูงขึ้นอีกระดับได้มั้ย?
ถ้าทำได้ งั้นฉันก็จะอ่อนโยนยิ้มแย้มให้เธอ ถึงขั้นตามใจเหมือนเป็นคุณหนูก็ไม่มีปัญหา
แต่ถ้าทำไม่ได้ วันนี้แกก็ยังแต่งเข้าตระกูลซุนของฉันไม่ได้
ที่ต้องจัดฉากแบบนี้ขึ้น งานนี้ เพราะไม่อยากปฏิเสธงานแต่งโดนตรง ทำให้ลูกชายเกลียดตัวเองได้ ดังนั้น เธอจึงตอบรับว่าจะจัดงานแต่งก่อน หลังจากนั้นค่อยๆหาเรื่อง ประชดประชัน เสียดสี บีบให้จางเสี่ยวม่านยอมแพ้ไปเอง แบบนั้นลูกชายก็จะได้ไม่โทษตนแล้ว
จางเสี่ยวม่านรีบโบกมือ อธิบายอย่างอ่อนน้อม “คุณป้าคะ พูดตรงๆ พ่อแม่ของหนูไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ ดังนั้นวันนี้พวกเขาจึงไม่มาร่วมงาน ขอคุณป้าได้โปรดเข้าใจด้วยนะคะ!”
“แหม!” สวีลี่ฉินกล่าวด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด “ครอบครัวของแกดูถูกครอบครัวของเรา ใช่มั้ย? พ่อแม่แกนี่น่าสนใจดีนะ งานแต่งของลูกสาวแท้ๆยังไม่มาร่วม แกก็ดูเอาเองละกันว่าทั้งเมืองจินหลิงมีคนที่ทำเหมือนพ่อแม่แกบ้างมั้ย? ถ้าเรื่องนี้ถูกป่าวประกาศออกไป จะเอาชื่อเสียงของตระกูลซุนไปไว้ไหน?”
จางเสี่ยวม่านน้ำตาคลอเบ้า รีบขอโทษอย่างหวาดหวั่น “ขอโทษนะคะคุณป้า พ่อแม่ของหนูมันสุดวิสัยจริงๆ เมื่อก่อนเพราะเรื่องสินสอดพวกเขาจึงไม่พอใจมาโดยตลอด เช้านี้ตอนที่หนูออกมาพวกเขาก็ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ดังนั้นรบกวนคุณป้าเข้าใจหน่อยนะคะ…...”
“ไม่พอใจ?” สวีลี่ฉินได้ยินประโยคนี้ก็ขมวดคิ้ว แล้วกล่าวทันใดว่า “มีแบบนี้ด้วยเหรอ ครอบครัวแกฐานะเป็นยังไง? ครอบครัวเราฐานะเป็นยังไง? เธอแต่งเข้าบ้านเรา แกกำลังเกาะเราอยู่นะ พ่อแม่แกยังไม่พอใจอีกเหรอ? ทำไม? ดูถูกครอบครัวเราใช่มั้ย? ถ้าดูถูกครอบครัวเรา งั้นก็จับแกมัดไว้ อย่าให้แกมางานแต่งสิ!”
------------

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...