เซว์ซิงหลงรีบคุกเข่าลงและพูด : “ท่านห้าท่านรอสักครู่ ผมจะไปพูดกับลูกสาวสักหน่อย หากพวกเราเอาแต่คุยกันตรงนี้ เธอคงไม่รู้......”
หงห้ามองเวลา พูดเสียงเย็น : “ให้เวลาคุณสามนาที ชักช้าอีก ผมแม่งจะไม่ละเว้นคุณ!”
เฉินจื๋อข่ายจึงพูดเสียงเคร่งขรึมและเฉียบขาด : “เซว์ซิงหลงผมบอกคุณแล้ว ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป คุณอย่ามาเล่นเล่ห์กับผม ถ้าผมไม่เห็นใบทะเบียนสมรสของลูกสาวคุณกับซุนเต๋อวั่ง อย่างนั้นคุณจบเห่แน่”
เซว์ซิงหลงพยักหน้าเหมือนโขลกกระเทียม พูดอย่างลนลาน : “ประธานเฉิน ท่านห้า ท่านทั้งสองอย่ากังวลไป ผมไม่กล้าเล่นอุบายแน่นอน”
หงห้าเข้าไปเตะเขา และพูดเสียงดุ : “มารับประกันกับพวกเรามีประโยชน์อะไร ไปรับประกันกับอาจารย์เย่นู่น!”
เซว์ซิงหลงรีบคานไปตรงหน้าเย่เฉิน ยกมือขึ้นคำนับแล้วพูด : “อาจารย์เย่ท่านวางใจ ผมจะทำตามคำสั่งคุณแน่นอน จะไม่เล่นอุบายแน่!”
เย่เฉินโบกมือด้วยความรังเกียจและพูด : “รีบไปจัดการ ผมยังรอดื่มเหล้ามงคลของลูกสาวคุณอยู่!”
“อ่าๆๆ!” เซว์ซิงหลงพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า หันหลังเดินออกจากฝูงชนทันที ไปหาภรรยาและลูกสาวตนเอง
ตอนนี้ภรรยาและลูกสาวเขาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นี้ รอหลังจากเขาคุยกับทางตระกูลซุนเรียบร้อยแล้ว จึงจะจัดงานแต่งโดยตรง
ในเวลานี้ลูกสาวเขาเซว์จิ้งจิ้งก็กระวนกระวายใจ
เธอเข้าใจสถานการณ์ของตนเองอย่างดี รู้ว่าหากตนเองไม่รีบหาคนที่รับของไม่ดีมาแต่งงานด้วย รอเมื่อท้องโตขึ้นเรื่อยๆ ก็จะลำบาก
ถ้าตนเองไม่ได้แต่งงานแล้วท้อง เกิดลูกแล้วไม่ได้แต่งงาน เป็นการไม่ได้แต่งงานแล้วเกิดลูกเป็นเด็กชนผิวดำ อย่างนั้นชื่อเสียงของเธอในเมืองจินหลิงก็จะเหม็นเน่าไปทั่วถนน
เมื่อถึงตอนนั้น วันต่อไปหลังจากนั้นเธอจะเป็นอย่างไร?
และตอนนี้ก็ท้องได้สองเดือนแล้ว แต่หลังจากผ่านสองเดือนไปท้องก็จะป่องขึ้น ดังนั้นเธอมีเวลาเพียงสองเดือนที่จะรีบจับคนมาแต่งงาน
ในช่วงสองสามวันนี้ เธอหาคนที่เหมาะสมที่จะแต่งงานด้วยตลอด
อีกทั้งซุนหงเหว่ยยังเคยเรียนมหาลัยที่มีชื่อเสียง เงื่อนไขทางตระกูลก็ดี ยิ่งกว่านั้นคือทั้งสองตระกูลยังทำธุรกิจร่วมกัน นี้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของคนรับของไม่ดี!
ดังนั้นเธอจึงมาด้วยความปีติยินดี เฝ้ารอข่าวดีอย่างใจจดใจจ่อ
สายตาเห็นพ่อรีบเดินเข้ามา รีบถามอย่างกระตือรือร้น : “พ่อ ทุกอย่างเรียบร้อยไหมคะ? ซุนหงเหว่ยยอมแต่งงานกับหนูไหม?”
เซว์ซิงหลงมองเธออย่างซับซ้อน พูดอย่างกล้ำกลืน : “จิ้งจิ้ง คนที่แต่งงานกับลูกวันนี้ไม่ใช่ซุนหงเหว่ย”
“เอ๊?” เซว์จิ้งจิ้งถามอย่างแปลกใจ : “คนที่แต่งกับหนูไม่ใช่ซุนหงเหว่ย อย่างนั้นเป็นใครที่แต่งกับหนูล่ะ?”
เซว์ซิงหลงพูดอย่างอับอายขายขี้หน้า : “เป็นพ่อของซุนหงเหว่ย ซุนเต๋อวั่ง!”
------------

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...