เมื่อเห็นหงห้าต้องการพาคนกลุ่มนี้ไปสำนักงานกิจการพลเรือนเฉินจื๋อข่ายถามเย่เฉิน : “อาจารย์เย่ ผมต้องไปดูด้วยไหมครับ?”
เย่เฉินโบกมือ แล้วพูดเรียบๆ : “คุณไม่ต้องไปแล้ว รอดื่มเหล้ามงคลกับผมที่นี่แหละ”
เซียวชูหรันที่อยู่ข้างๆ ไม่มีคำพูดใดๆ ตามองคนต่างถูกพาไปจึงอดไม่ได้ที่จะถามเย่เฉิน : “เย่เฉิน วันนี้พวกเรามาร่วมงานแต่งของเสี่ยวม่านกับหงเหว่ย เรื่องพ่อเขามันไม่ค่อยสมควรนิดหน่อยมั้ง......”
เย่เฉินถามเธอยิ้มๆ : “ภรรยา อย่างนั้นคุณคิดว่ายังไงคือเหมาะสม? ถ้าวันนี้ไม่ให้สวีลี่ฉินคนนั้นออกไปจากตระกูลซุน ถ้าวันนี้ไม่ให้สีสันกับตระกูลซุนสักหน่อย คุณรู้สึกว่าเพื่อนมัธยมปลายของคุณคนนี้หลังจากแต่งเข้าตระกูลซุนไปสามารถมีวันที่ดีได้ไหม?”
เซียวชูหรันเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้าเบาๆ
เธอรู้ว่าที่เย่เฉินพูดไม่ผิด ถ้าเรื่องนี้ไม่ได้รับการแก้ไข อย่างนั้นด้วยนิสัยคนอย่างเซียวชูหรัน อนาคตจางเสี่ยวม่านต้องลำบากมากแน่ๆ
ถึงเวลานั้นตนเองก็ช่วยอะไรจางเสี่ยวม่านไม่ได้ ดังนั้นไม่เท่าให้เย่เฉินจัดการแก้ปัญหาเพียงครั้งเดียวให้สบายไปทั้งชาติ
เมื่อถึงจุดๆนี้ เธออดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ แล้วพูด : “แค่ไม่รู้ว่าซุนหงเหว่ยจะเกลียดพวกเราไหม?”
เย่เฉินพูดเรียบๆ : “ผมช่วยเขามากขนาดนี้ ถ้าเขาเกลียดผม อย่างนั้นคนคนนี้ก็เกินเยียวยาแล้ว”
พูดเสร็จ เย่เฉินโบกมืออีกครั้ง พูดยิ้มๆ : “โอเค พวกเราเข้าไปรอข้างในก่อน เมื่อพวกเขาจัดการเรื่องหยุมหยิมเหล่านี้เสร็จ แล้วกลับมา งานแต่งก็น่าจะเริ่มได้แล้ว”
สำนักงานกิจการพลเรือนเมืองจินหลิง
ทั้งเจ็ดคนดูกล้ำกลืนฝืนทน ภายใต้การนำของท่านหงห้า เดินนำเข้าไปในประตูใหญ่ของสำนักงานกิจการพลเรือน
ทั้งเจ็ดคนแบ่งเป็นคู่แต่งงานหนุ่มสาวซุนหงเหว่ยกับจางเสี่ยวม่าน และนอกจากนี้ยังมีเจ้าบ่าวคนใหม่ซุนเต๋อวั่ง รวมถึงภรรยาคนปัจจุบันของเขาสวีลี่ฉิน
นอกจากสี่คนนี้ ยังมีภรรยาคนใหม่ที่ต้องจดทะเบียนกับซุนหงเหว่ยอีกสักครู่ รวมถึงพ่อแม่ของเซว์จิ้งจิ้ง
หลังจากพนักงานยื่นทะเบียนสมรสให้ทั้งสองคน ก็ถามขึ้น : “คนอื่นๆ มาติดต่อเรื่องอะไรคะ?”
หงห้าชี้นิ้วไปที่ซุนเต๋อวั่งและสวีลี่ฉิน พูดเสียงเย็น : “มา จัดการเรื่องหย่าให้พวกเขาสองคน”
ซุนเต๋อวั่งและสวีลี่ฉินต่างหน้าเหยเก ดูแล้วในใจยุ่งเหยิงและดิ้นรนมาก แต่ในตอนนี้ทั้งสองไม่กล้าสร้างปัญหาใดๆ
สวีลี่ฉินร้องไห้นานจนดวงตาปูดบวม แต่ก็ทำได้เพียงแจ้งข้อมูลส่วนบุคคลให้ตามที่พนักงานต้องการ
หลังจากพนักงานตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลของทั้งสองคนแล้ว จึงเปิดปากพูด : “ตามระเบียบของพวกเรา ทั้งสองยื่นคำขอหย่า ก่อนอื่นต้องแสดงใบทะเบียนสมรสของพวกคุณก่อน”
------------

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...