“อย่างนั้นก็ดีมากครับ!” พอซุนเต๋อวั่งได้ฟังประโยคนี้ ในที่สุดก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ในเวลานี้ พนักงานทักทายพวกเขาสองคน และเดินไปที่เคาน์เตอร์ทำเรื่องจดทะเบียนสมรส
เซว์จิ้งจิ้งปีนี้อายุได้ 26 ปี ซุนเต๋อวั่งปีนี้อายุ 52 ปี ทั้งสองห่างกันเกือบหนึ่งเท่าตัว
หญิงสาวที่รับผิดชอบทำเรื่องให้พวกเขา เอาใบทะเบียนให้พวกเขาไปด้วย กัดฟันคับแค้นไปด้วย
หลังจากจัดการใบทะเบียนแล้ว ท่านหงห้าก็ยิ้มเล็กๆ เปิดปากพูด : “เอาล่ะ ในเมื่อคู่ใหม่ทั้งสองคู่จัดการเรื่องจดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็รีบกลับโรงแรมกันเถอะ อาจารย์เย่ยังรอดื่มเหล้ามงคลของพวกคุณอยู่นะ”
ดังนั้นทั้งสี่คนจึงทำได้เพียงกลับฮิลตันไปกับท่านหงห้าอีกครั้ง
ในเวลานี้ในห้องจัดงานเลี้ยงที่ฮิลตัน เต็มไปด้วยญาติพี่น้องตระกูลซุนและเพื่อนฝูงนั่งอยู่
เย่เฉินพาภรรยาเซียวชูหรัน นั่งบนโต๊ะที่ใกล้เวทีที่สุด
เขานั่งลงโต๊ะเดียวกับเธอ และยังมีเฉินจื๋อข่ายด้วย
หลังจากหงห้าพาคู่ใหม่สองคู่กลับมา ก็วิ่งเข้ามารายงานกับเย่เฉิน
เย่เฉินได้ยินว่าพวกเขาจดทะเบียนสมรสกันหมดแล้ว พยักหน้าอย่างพอใจ เปิดปากพูด : “ผมว่าน่าจะได้เวลาแล้ว รีบเริ่มงานวิวาห์กันเถอะ!”
หงห้ารีบพูด : “เซว์ซิงหลงไปหาชุดแต่งงานให้ลูกสาวเขามาแล้ว งานแต่งจะเริ่มที่เวลาสิบเอ็ดโมงห้าสิบแปดนาที”
เย่เฉินพยักหน้าพอใจ พูดยิ้มๆ : “วันนี้คุ้มค่ากับตาเฒ่าซุนเต๋อวั่งคนนั้นแล้ว จำกัดผู้หญิงหน้าเหลืองคนนั้นไป ได้แต่งกับเด็กสาว และยังซื้อตัวใหญ่แถมตัวเล็กอีก รอผ่านไปอีกไม่กี่เดือน ก็จะมีความสุขที่ได้เป็นพ่อแล้ว”
เมื่อคิดถึงพี่หญิงใหญ่ซ่งหวั่นถิงตระกูลซ่ง สายตาเวลาที่มองสามีเย่เฉินที่ร้านเจ้าสาว ในใจเธอจู่ๆ รู้สึกว่าตอนนี้สามีแตกต่างจากเมื่อก่อนเป็นอย่างมาก เขาเริ่มฉายแสงดึงดูดที่ร้ายแรงต่อหญิงสาว
ในใจเซียวชูหรันคิดฟุ้งซ่านอยู่หนึ่ง ในที่แห่งนี้จู่ๆ ก็มีเสียงเพลงแห่งความยินดีของงานวิวาห์ดังขึ้นมา
มีพิธีกรชายคนหนึ่งเดินขึ้นไปบนเวที พูดด้วยอารมณ์ยิ้มเจื่อนๆ : “ขอบคุณทุกท่านที่มาแสดงความยินดีในวันนี้ วันนี้เป็นวันพิเศษ เพราะมีคู่ใหม่สองคู่ วันนี้ภายใต้พยานพวกเราทุกคน ณ โถงงานแต่งงานอันศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา พวกเราขอเชิญบ่าวสาวคู่แรกในวันนี้ของพวกเรา เจ้าบ่าวซุนเต๋อวั่ง! เจ้าสาวเซว์จิ้งจิ้ง!”
ญาติตระกูลซุนและเพื่อนๆ ทุกคน ต่างพะอืดพะอมอยู่ด้านล่างกัน
แม้พวกเขาจะรู้อยู่แล้วว่างานแต่งงานวันนี้จะเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อได้ยินพิธีกรเอ่ยชื่อพวกเขาออกมา ในใจยังรู้สึกแปลกๆ
หงห้าเห็นว่าทุกคนในตระกูลซุนเป็นใบ้และที่แห่งนี้เงียบไป อดไม่ได้ที่จะยืนขึ้น และพูดกระโชก : “แม่งคิดอะไรกันอยู่ ยังไม่รีบปรบมือให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวอีก?!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...