ฉินเอ้าเสวี่ยนกล่าวอย่างเขินอาย “ฉันไม่ใช่ยัยพริกขี้หนูสักหน่อย ... ”
เย่เฉินยิ้มและถาม “งั้นเธอเป็นอะไร?”
ฉินเอ้าเสวี่ยน “ฉัน…ฉัน…ฉัน…ฉันเป็นผู้หญิงสวย เป็นคนน่ารัก!”
หลังจากพูด ก่อนที่เย่เฉินจะตอบอะไร เธอก็ได้วางสายไปอย่างเขินอาย
เมื่อเย่เฉินได้ยินเสียงตู้ดตู้ดจากโทรศัพท์ เขาอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและหัวเราะอย่างลับๆ ยัยพริกขี้หนูตัวน้อยนี้น่ารักจริงๆ
…
หลังจากที่เซียวชูหรันกินข้าวเสร็จ ก็ตรงดิ่งไปที่สตูดิโอของตน
เมื่อเร็ว ๆ นี้ขนาดของสตูดิโอเธอได้ขยายตัวไปมากเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน พนักงานบางคนได้รับคัดเลือกมาแล้ว ในขณะเดียวกัน โครงการเองก็กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ นี่อาจถือได้ว่าว่าเป็นช่วงกำลังเฟื่องฟู
ส่วนเซียวฉางควนก็หมกตัวอยู่ที่สมาคมศิลปะจีน ดูยุ่งเกินควร
วันนี้เมื่อเขากินข้าวเสร็จ ก็รีบไปที่สมาคมศิลปะจีนเลยทันที มันทำให้เย่เฉินรู้สึกประหลาดใจ
ดังนั้นเย่เฉินจึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “พ่อ ทำไมวันนี้ไปเร็วจังเลยล่ะครับ?”
เซียวฉางควนยิ้มและพูดว่า “วันนี้ที่สมาคมศิลปะจีนมีกิจกรรมบางอย่างน่ะ คลาสงานอดิเรกเขียนพู่กันและระบายสีของมหาวิทยาลัยที่จัดขึ้นเพื่อผู้สูงอายุ แล้วบังเอิญว่าวันนี้เขาจะมาจัดกิจกรรมเยี่ยมชมศึกษากันที่นี่พอดี”
เมื่อพูดถึงวิทยาลัยสำหรับผู้สูงอายุ เย่เฉินก็เข้าใจได้ทันที มหาวิทยาลัยสำหรับผู้สูงอายุเป็นที่ที่หานเหม่ยฉิงทำงานและศึกษาอยู่ทุกวัน
หม่าหลันพูดอย่างโกรธเคือง “หลังจากกินข้าวเสร็จ ทุกคนก็ออกไปทีละคน ออกไปเล่น ออกไปสนุกกัน ฉันอยู่บ้านคนเดียวน่าเบื่อขนาดไหนรู้ไหม?”
เซียวฉางควนขบริมฝีปาก พร้อมกับจงใจพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันว่า “ใครกันที่ห้ามไม่ให้คุณออกไปข้างนอก ถ้าคุณอยากจะออกก็ออกไป ไปเล่นไพ่นกกระจอกกับเพื่อเก่าของคุณสิ หรือไม่ก็ชวนพี่น้องของคุณไปทำหน้าไป!”
หม่าหลันกล่าวอย่างดุเดือด “เซียวฉางควน นี่นายกำลังทำร้ายฉันเหรอ?ขาฉันหักไปข้างหนึ่ง จะให้ฉันออกไปข้างนอกอย่างสะดวกสบายได้ยังไงกัน?อีกอย่าง ฟันหน้าของฉันจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้ไปทำเลย จะมีหน้าไปเจอเพื่อนเจอพี่น้องได้ยังไง มันจะน่าอายแค่ไหนกัน?”
เซียวฉางควนเปิดฝ่ามือและพูดอย่างไร้เดียงสาว่า “งั้นฉันก็ช่วยไม่ได้ ยังไงซะ ขาก็อยู่บนตัวของคุณ ถ้าคุณอยากจะออกไปข้างนอกก็ออกไปเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ถ้าไม่อยากก็อยู่บ้านไปซะ แต่คุณอย่าห้ามไม่ให้เราออกไปข้างนอก เราไม่ได้มีหน้าที่จะต้องอยู่บ้านกับคุณ!”
หลังจากพูดจบ เขาโบกมือให้เย่เฉิน เขย่ากุญแจรถรถบีเอ็มดับบลิวในมือและพูดอย่างเป็นกันเองว่า “ลูกเขยที่รัก ไปกันเถอะ!”
…..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...