เย่เฉินพยักหน้า “ถ้าคุณไม่เชื่อ พวกเราคอยดูแล้วกัน”
“ได้!” ครูฝึกจ้าวยิ้มอย่างเย็นชา “คอยดูก็คอยดู ผมจะรออยู่ที่นี่ เพื่อดูว่าฉินเอ้าเสวี่ยนครั้งนี้จะแพ้แบบไหน!”
พูดจบ ก็เดินตรงไปยังที่นั่งผู้ชมข้างๆหาที่นั่งที่ว่างนั่งลง มือกอดอกไว้ข้างหน้า ทั้งสีหน้าเหมือนกำลังดูละครที่สนุก ในใจเขาเขาแน่ใจแล้วว่าฉินเอ้าเสวี่ยนต้องแพ้การแข่งขันครั้งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
เย่เฉินไม่ได้สนใจเขา แต่เฝ้าดูฉินเอ้าเสวี่ยนกำชับด้วยเสียงต่ำ "เดี๋ยวอีกสักพักไม่ต้องตื่นเต้น ต่อยตามที่ผมบอก ผมเชื่อว่าคุณจะต้องชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างเด็ดขาด"
ฉินเอ้าเสวี่ยนพยักหน้าอย่างแรง หลังจากนั้นพูดด้วยใบหน้าที่น่าสงสารว่า “อาจารย์เย่ ครูฝึกจ้าวไปแล้ว จากนี้ฉันก็จะไม่มีโค้ชแล้ว ถ้าหากการแข่งขันครั้งนี้ฉันชนะ จากนี้ก็ยังมีการแข่งขันอีกต่อๆไป ท่านสามารถเป็นโค้ชของฉันได้ไหม?”
เย่เฉินพูดโดยไม่ลังเล “ไม่มีปัญหา เริ่มตั้งแต่ตอนนี้ผมก็คือโค้ชของคุณ”
ฉินเอ้าเสวี่ยนพูดอย่างดีใจสุดขีด "ดีจังเลย! ต่อไปเวลาแข่งขัน ฉันก็จะเรียกท่านว่าครูฝึกเย่!"
เย่เฉินยิ้มและพูดว่า “ตามใจคุณ จะเรียกยังไงก็ได้”
ในเวลานี้ ผู้ตัดสินกดกริ่งสำหรับยกที่ 3
ฉินเอ้าเสวี่ยนลุกขึ้นมา ยืดเส้นยืดสายสักครู่ แล้วพูดกับเย่เฉินด้วยท่าทางที่แน่วแน่ “ครูฝึกเย่ ฉันจะขึ้นเวทีแล้วนะ!"
เย่เฉินพยักหน้า “สู้ๆ!”
ฉินเอ้าเสวี่ยนสลัดความคิดที่จะโจมตีช่วงบน ตั้งใจมุ่งไปโจมที่ช่วงล่างของคู่ต่อสู้ ขณะเดียวกันก็คอยหาจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้ามที่จะเผยออกมา
โดยทั่วไปแล้ว ในช่วงต่อสู้ การโจมตียิ่งดุเดือด ก็ยิ่งทำให้การระมัดระวังของคู่ต่อสู้อ่อนลง เช่นเดียวกับคนที่วิ่งเร็วขึ้น จุดศูนย์ถ่วงที่ไม่เสถียรมากเท่าไร ก็ยิ่งล้มได้ง่ายขึ้นเท่านั้น
ดังนั้น ฉินเอ้าเสวี่ยนจึงมองเห็นความเร็วระหว่างที่ก้าวขาออก เผยให้เห็นจุดอ่อนอย่างรวดเร็ว!
โอกาสมาแล้ว!
------------

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...