โคบายา ชิจิโร่ไม่ยอมแพ้แต่อย่างใด ยังคงถามต่อไป “งั้นตอนนี้ลองคิดดูหน่อยไหมครับ ว่าผู้ชายแบบไหนกันแน่ที่ตรงสเป็คของคุณ?”
อิโตะนานาโกะคิดอย่างถีถ้วน จึงกล่าว “ก่อนอื่นเลยอันดับแรก ความสามารถของเขาต้องเก่งกว่าฉัน!”
“เก่งกว่าคุณ? ด้านไหนเหรอครับ? ด้านธุรกิจ? ด้านการเรียน? หรือการประสบความสำเร็จ?”
อิโตะนานาโกะกล่าวอย่างตั้งใจว่า “ความสามารถในด้านศิลปะการต่อสู้ค่ะ! ฉันไม่อยากหาผู้ชายที่สู้กับฉันไม่ได้ค่ะ”
โคบายา ชิจิโร่อ่ะแห่มสองครั้งอย่างอับอาย คิดในใจ “อิโตะนานาโกะนี่
ดูท่าทีนิ่งเงียบสุดๆ ไม่คาดคิดว่าจะชอบเอาชนะเป็นสันดาน
ตัวเองชอบศิลปะการต่อสู้ ปรารถนาในศิลปะการต่อสู้ก็ช่าง แต่ทำไมพอจะมีความรักก็ต้องหาผู้ชายที่เก่งกว่าตัวเธอเองด้วย?
ถ้าเป็นคนที่มือไร้แม้แรงผูก นั่นก็หมายความว่าแค่ตนเข้ามาก็พลาดโอกาสแล้วงั้นเหรอ?
เมื่อนึกถึงจุดนี้ โคบายา ชิจิโร่จึงรีบกล่าว “คุณอิโตะ คุณสมบัตินี้มันสูงไปหน่อยมั้ยครับ? บนโลกมีผู้ชายดีๆมากมาย แต่พวกเขาไม่ได้เป็นศิลปะการต่อสู้ แล้วปรมาจารย์ด้านศิลปะการต่อสู้มากมาย ก็อายุมากแล้ว เหมือนกับโค้ชของคุณยามาโมโตะคาซึกิ คุณอิโตะคงไม่ได้อยากมีแฟนแบบนี้ใช่มั้ยครับ?”
อิโตะนานาโกะส่ายหน้า กล่าว “แน่นอนว่าไม่ค่ะ ฝีมือเก่งกว่าฉัน นี่เป็นสเป็คข้อแรกค่ะ ฉันยังมีข้อสองค่ะ ก็คือต้องเข้าเกณฑ์รสนิยมและทัศนคติของฉัน อีกอย่าง อายุของเขาจะต้องมากกว่าฉันไม่เกินสามปี หรือน้อยกว่าฉันเกินสามปี และเขาจะต้องตรงไปตรงมาและใจดีด้วยค่ะ”
โคบายา ชิจิโร่ถามอีก “แล้วเรื่องทรัพย์สินล่ะครับ มีข้อเรียกร้องอะไรมั้ย?”
อิโตะนานาโกะกล่าว “ไม่มีข้อเรียกร้องใดๆเกี่ยวกับด้านทรัพย์สินค่ะ”
โคบายา ชิจิโร่ค่อนข้างกลุ้มใจ
ฉินเอ้าเสวี่ยนเพลิดเพลินอย่างถึงอกถึงใจ พ่อครัวของตระกูลฉินได้เตรียมงานเลี้ยงอาหารอันโอชะไว้พร้อมแล้ว ด้วยเหตุนี้เองเธอจึงได้ขับเรือกลับมาที่ท่าเรือ
จากนั้น เธอและเย่เฉินกลับไปที่คฤหาสน์ด้วยกัน ฉินกางเชิญเย่เฉินอย่างกระตือรืนร้อนให้มานั่งในโต๊ะจีนหรูหราที่คฤหาสน์ของตัวเอง
ตอนที่ฉินกางกำลังจัดที่นั่งอยู่นั้น ตั้งใจจัดให้ฉินเอ้าเสวี่ยนนั่งข้างๆเย่เฉิน ในขณะเดียวกันก็ได้เปิดเหล้าหมาวถายตัวท็อปที่เก็บไว้มานานหลายปี ยื่นให้กับฉินเอ้าเสวี่ยน แล้วสั่ง “เอ้าเสวี่ยน แกจัดการรินเหล้าให้อาจารย์เย่ก็แล้วกันนะ ห้ามให้แก้วของอาจารย์เย่ไม่มีเหล้าได้นะ”
ฉินเอ้าเสวี่ยนรับเหล้ามา แล้วกล่าวด้วยเสียงหวาน “ทราบแล้วค่ะพ่อ วางใจได้เลยค่ะ”
ฉินกางยิ้มพลางกล่าวอีกครั้ง “ใช่เอ้าเสวี่ยน อาจารย์เย่มาทานข้าวที่บ้านเราเป็นครั้งแรก แกดื่มกับอาจารย์เย่หน่อยแล้วกัน”
------------

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...