และเพราะกำลังคิดเรื่องอื่นในหัวอยู่ ดังนั้นอิโตะ นานาโกะเลยโดนคู่ต่อสู้ของเธอบีบจนถอยร่นไม่หยุด
เธอในตอนนี้ไม่มีความอยากเอาชนะการแข่งขันนี้มากเท่าก่อนนี้แล้ว
เพราะเธอรู้สึกได้แล้วว่า วิทยายุทธ์ที่ตนฝึกฝนมานานหลายปี เมื่ออยู่ต่อหน้ายอดฝีมือที่แท้จริง แทบจะสู้ฝ่ามือเบาๆของอีกฝ่ายไม่เลยด้วยซ้ำ
มันเป็นการทำลายความมั่นใจของเธอมากจริงๆ
ที่จริงแล้วไม่ว่าใครเจอเรื่องแบบนี้ ก็ต้องได้รับผลกระทบกันทั้งนั้น
ที่โดนทำลาย ไม่เพียงแต่ความมั่นใจของตนเท่านั้น ยังมีความเชื่อตลอดมาของตนอีกด้วย
มันเป็นเวลาที่นานมาก อิโตะ นานาโกะรู้สึกว่าระดับสูงสุดของวิทยายุทธ์ที่ตนอยู่ห่างนั้นอย่างมากก็แค่ยี่สิบปี
พอยี่สิบปีผ่านไป ตนต้องสามารถเติบโตเป็นยอดฝีมือเต๋าบู๊ระดับท็อปของโลกแน่ หรืออาจจะกลายเป็นอาจารย์เต๋าบู๊เหมือนกับยามาโมโตะ คาซึกิซึ่งเป็นอาจารย์ของเธอ
แต่ว่า เมื่อกี้เย่เฉินกลับทำให้เธอพบว่า อาจารย์เต๋าบู๊ในดวงใจของเธอ ที่แท้เมื่ออยู่ต่อหน้ายอดฝีมือที่แท้จริงก็ไม่ต่างอะไรกับมดตัวหนึ่งเลย
ที่แท้หลายปีมานี้ตนเป็นเหมือนกบในกะลา
ตอนนี้เธอพึ่งจะค้นพบว่า โลกเต๋าบู๊ที่แท้จริงมันอยู่เหนือกว่าความรู้ความเข้าใจของตนมากนัก
เมื่อก่อนเธอคิดว่า โลกมันก็แค่โลกเท่านั้นเอง ระยะทางที่ไกลที่สุด ก็แค่จากซีกโลกนี้ไปอีกซีกโลกหนึ่งเท่านั้น
แต่วันนี้เธอถึงได้รู้ว่า ที่แท้แล้วนอกโลกใบนี้ยังมีระบบสุริยะ ระบบแกแล็คซี่รวมถึงทั่วทั้งจักรวาลอยู่อีก
วินาทีนี้ เธออดคิดถึงคำถามหนึ่งขึ้นมาไม่ได้ว่า ตนยังต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่ถึงจะสามารถเป็นยอดฝีมือระดับท็อปที่แท้จริงอย่างเย่เฉินได้
ตอนอิโตะ นานาโกะเดินมาที่เขตพักผ่อนข้างเวที สมองเธอยังอยู่ในสภาพมึนงงอยู่เลย
การแพ้ชนะการแข่งขันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว เพราะความเชื่อของเธอพังทลายไปแล้ว
เวลานี้ ทานากะซังผู้ช่วยของเธอกำลังพูดกับเธอด้วยสีหน้าร้อนใจว่า “คุณหนูใหญ่ คุณจะมาท้อแท้แบบนี้ไม่ได้นะ! ตอนนี้กำลังเข้าสู่รอบการตัดคนแล้ว ถ้าคุณแข่งแพ้ งั้นการแข่งก็จบลงแค่นี้แล้วนะ!”
อิโตะ นานาโกะยิ้มเศร้า พึมพำว่า “ทานากะซัง คุณก็เห็นฝีมือน่ากลัวของคุณเย่คนนั้นแล้วนี่ เอาฉันไปเทียบกับเขาน่ะ เหมือนกับเอาหิ่งห้อยไปเทียบกับแสงจันทร์ คุณรู้ไหมว่าประเทศจีนมีคำพูดโบราณคำหนึ่งว่า หิ่งห้อยหรือจะหาญกล้าเทียบเทียมแสงจันทร์ได้”
ระหว่างพูด เธอถอนหายใจยาวออกมาหนึ่งทีพลางว่า “ฝีมือของเขาเหมือนจันทร์กระจ่างสว่างกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน ส่วนฉันก็แค่หิ่งห้อยตัวน้อยในดงหญ้าเท่านั้นเอง...”
สีหน้าทานากะซังบ่งบอกความเข้าใจเหมือนกัน
------------

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...